Ads 02 810 8892-6
Ads 02 810 8892-6
  
 
Your IP : 184.72.69.79
 
  


Equipment News (iCONS)
 
ข่าวก่อสร้าง ทันสมัยทุกสัปดาห์

  
  พระเอกประหยัดไฟ เบอร์ 5 ปีนี้ หนุนผู้บริโภค เลือก LED


• ฉลากลำดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคมองหา และใช้ตัดสินใจซื้อ • รณรงค์ 20 ปี ประหยัดเงินร่วม 6 หมื่นล้านบาทต่อปี • ปีนี้เพิ่ม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เบอร์ 5 วันนี้ “ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5” เครื่องหมายการันตีเครื่องใช้ไฟฟ้า ในสายตาของผู้บริโภคเป็นฉลากแรกๆ ที่ถูกใช้พิจารณาเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์ประกอบราคาจำหน่ายซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หากว่าผลิตภัณฑ์ใดมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แสดงก็มักเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อ ถือว่าเป็นผลสำเร็จจากความมุ่งมั่นรณรงค์ให้ผู้บริโภคฉลาดซื้อ ฉลาดเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดค่าไฟ นอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะยาว ยังทำให้ประเทศชาติลดการใช้พลังงาน และได้มีส่วนร่วมช่วยลดภาวะโลกร้อนซึ่งกำลังเป็นวิกฤตภัยธรรมชาติก่อผลกระทบต่อการดำรงชีวิตคนทั่วโลก “ปีนี้เป็นปีที่ 20 ของฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ความสำเร็จคือการได้ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า 2,837 เมกกะวัตต์ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 17,000 ล้านหน่วยต่อปี ถ้าคิดเป็นเงินหน่วยละ 3.50 บาท สามารถประหยัดเงิน 59,633 ล้านบาทต่อปี ในการผลิตไฟฟ้าต้องใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งลดได้ถึง 10 ล้านตันต่อปี นี่เป็นผลจากการรณรงค์การอนุรักษ์พลังงานที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคใช้ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน” รังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าว

หวังเปลี่ยนคน เลือกหลอดแอลอีดี ในปี 2556 กฟผ.จะมีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือ เอ็มโอยู กับผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 อีก 3 อุปกรณ์ ได้แก่ เตาไฟฟ้า เครื่องไมโครเวฟ และหลอดแอลอีดี ประเภทต่างๆ เมื่อรวมกับ 13 อุปกรณ์ที่ติดฉลากแล้ว รวมเป็น 16 อุปกรณ์ โดยเฉพาะหลอดแอลอีดี เป็นนวัตกรรมใหม่ที่กฟผ. ให้ความสำคัญมาก เนื่องจากสามารถช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยภาพรวมมากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้กันอยู่ร่วมสองเท่าตัว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23-25 พ.ค.ที่ผ่านมา กฟผ.เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้านานาชาติด้านหลอดไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์แอลอีดี “LED Expo Thailand 2013” ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้วยความร่วมมือของบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นต์ จำกัด และ บริษัท MEX Exhibitions จำกัด จากประเทศอินเดีย ทั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี ซึ่งนำร่องติดฉลากประหยัดไฟฟ้า เบอร์ 5 จากหลอดแอลอีดี ชนิด MR 16 และจะขยายสู่หลอดแอลอีดี ชนิดอื่นๆ ต่อไป “หลอดไฟฟ้าแอลอีดี สามารถลดค่าไฟฟ้า 30-85% เมื่อเทียบกับหลอดทั่วไป และยังไร้สารปรอทจึงไม่ทำให้เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2554 ที่เริ่มใช้ประเภทโคมไฟส่องสว่างมีอัตราเติบโต 50% จึงคาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะขยายตัวอย่างน้อยปีละ 30% “ สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวไว้เมื่อวันเปิดงานแสดงดังกล่าว

เนื่องจากหลอดไฟฟ้าแอลอีดี 500,000 หลอด สามารถประหยัดพลังไฟฟ้าได้ถึงประมาณ 12 ล้านหน่วยต่อปี ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังไฟฟ้าลงเฉลี่ยปีละประมาณ 36 ล้านบาท และยังเป็นการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เฉลี่ย 6,600 ตันต่อปี “ถ้าคิดเป็นค่าไฟต่อหลอด เปลืองไฟไม่ได้มากมาย แต่พอรวมกันแล้วคิดเป็นปริมาณใช้ไฟฟ้าที่มหาศาล หลอดแอลอีดี เป็นเทคโนโลยีใหม่ เราเชิญชวนผู้ผลิตมาผลิตเป็นเบอร์ 5 เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามกำหนด ของราคาถูกหรือของไม่ได้มาตรฐานก็จะเข้าสู่ตลาดได้ยาก ส่วนที่ กฟผ.ทำจำหน่ายด้วยนั้นมีเป้าหมายให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ผลิตได้ทำตามข้อกำหนดมาตรฐานที่ระบุไว้” รังสรรค์ กล่าวย้ำถึงหลอดแอลอีดี ที่ กฟผ.คาดหวังให้คนเปลี่ยนใช้แทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคเองในระยะยาว และเป็นลดใช้พลังงานที่ใช้แปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า

ในขณะนี้ กฟผ.อยู่ระหว่างการเตรียมแผนเพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉลากเบอร์ 5 ซึ่งจะบอกตราสินค้า รุ่น ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อปี สำหรับผู้บริโภคได้ใช้ดูเปรียบเทียบผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย ทั้งเว็บไซต์ โดยเฉพาะบนแอปพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟน จะทำให้ผู้บริโภคดูได้สะดวก ณ จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รังสรรค์ บอกว่า นอกจากเพิ่มความสะดวกในการเปรียบเทียบเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เบอร์ 5 ยังเป็นการยืนยันถึงคุณภาพอุปกรณ์ให้อยู่ในมาตรฐานเบอร์ 5 ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายเป็นฉลากเบอร์ 5 ถึง 80-90% แต่ก็ยังพบว่ามีผลิตภัณฑ์บางรายทั้งผู้นำเข้า และผู้ผลิตในประเทศ ไม่ได้เกณฑ์ตามมาตรฐาน ทั้งๆ ตอนส่งมาทดสอบได้มาตรฐาน ที่ผ่านมา ได้ลงโทษทางสังคมโดยลงชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น บนเว็บไซต์ กฟผ.พร้อมแจ้งตักเตือนให้ผู้ผลิตจำหน่ายที่พบปัญหาดังกล่าวปรับปรุงแก้ไข และส่งผลิตภัณฑ์กลับมาทวนสอบใหม่ แต่หากยังพบปัญหาดังกล่าวเกินกว่ากำหนดก็สั่งถอดฉลากเบอร์ 5 ซึ่งผู้ผลิตส่วนมากยอมปรับปรุงเพื่อให้ได้ตามเกณฑ์ เพราะไม่คุ้มค่าหากเสียชื่อเสียงซึ่งจะส่งผลกระทบทางธุรกิจทันทีอากาศคลองถมร้อนระอุเป็น 2 เท่า เมื่อกองทัพพริตตี้สาวมาเยือน ที่ คลองถมเซ็นเตอร์ เดินสายโปรโมทงาน LED Expo Thailand 2013

อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษามาตรฐานเบอร์ 5 และเป็นการคุ้มครอบผู้บริโภคได้ใช้การสุ่มสำรวจผลิตภัณฑ์ในตลาดมาตรวจสอบซ้ำ นอกจากเป็นการคัดกรองมาตรฐานยังเป็นการปรับเกณฑ์ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นตามเทคโนโลยีการผลิตที่ขยับสูงขึ้น เช่นเครื่องปรับอากาศ ปรับไปแล้ว 3 ครั้ง ตู้เย็น 2 ครั้ง เป็นต้น หากผลการตรวจสอบที่ได้ ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ผลิต จะได้รับฉลากใหม่ ที่จะระบุ “เกณฑ์พลังงานปี” ที่เป็นปีที่ทดสอบ (เป็นปัจจุบันมากขึ้น) มาตรการสุ่มกลับครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2551 ดังนั้น เพื่อสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ควรเลือกซื้อสินค้าที่มีระบุเกณฑ์พลังงานในฉลากไม่ต่ำกว่าปี 2551 (ค.ศ. 2008) แต่หากผลที่ได้จากการสุ่มกลับ เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย และยังอยู่ในเกณฑ์เบอร์ 5 ผู้ผลิตจะได้รับฉลากใหม่ที่เป็นปัจจุบัน แต่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเลขค่าประสิทธิภาพที่แสดงบนฉลากและในแคตตาล็อกสินค้าให้ถูกต้อง และส่งให้ กฟผ. ตรวจสอบด้วย ถ้าค่าประสิทธิภาพจากการสุ่มกลับน้อยลงจากผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่ส่งให้โครงการฯ ตรวจสอบแต่แรกอย่างยิ่งยวด โครงการฯ จะยึดคืนฉลากของผลิตภัณฑ์ในรุ่นที่ไม่ผ่านคืนทั้งหมด และสั่งห้ามติดฉลากเบอร์ 5 ในผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นๆ 1 ปี และจะลงประกาศในเว็บไซต์ กฟผ. ให้ประชาชนรับทราบ

ยักษ์ค้าปลีก ตื่นตัวหนุน ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้ฉลาก เบอร์ 5 ครองสัดส่วนตลาดถึง 80-90% แสดงถึงการยอมรับ และเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้เบอร์ต่ำกว่า และผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากนี้ ถึงแม้ฉลากเบอร์ 5 ราคาจำหน่ายจะสูงกว่าก็ตาม ส่วนสาเหตุสำคัญที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือก เนื่องจากช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็คุ้มค่ากว่า ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า หรือผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง เทสโก้ โลตัส จึงให้การสนับสนุน อย่างเมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ออกแคมเปญ “ซัมเมอร์นี้ ลดการใช้ไฟฟ้า ลดค่าไฟ” ได้นำเสนอสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เบอร์ 5 ทั้งเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ทีวี จากผู้ผลิตชั้นนำ พร้อมข้อเสนอพิเศษที่เทสโก้ โลตัสจะช่วยลูกค้าออกบิลค่าไฟนาน 3 - 6 เดือนโดยคำนวนจากปริมาณการใช้ไฟของสินค้าประเภทนั้นๆ แล้วนำมาเป็นส่วนลดให้แก่ลูกค้าทันที ที่เทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ วงธุรกิจการค้านับจากนี้จะแข่งขันในตลาดสีเขียวเข้มข้นขึ้นแน่นอน แต่เรื่องหลักที่ผู้บริโภคมองก่อน คือประโยชน์ที่ตกถึงตนเอง “ฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5” นั้นทำให้ คนซื้อได้ประหยัดทันที โดยเฉพาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟฟ้ามากๆ หรือ ในประเภทต้องใช้อย่างต่อเนื่อง เช่น เครื่องปรับอากาศ หม้อหุงข้าว ตู้เย็น โทรทัศน์ พัดลม จึงเป็นสาเหตุทำให้ขายดี ส่วนร้านค้า ผู้ขาย ย่อมมองเห็นประโยชน์จากการร่วมรณรงค์ซึ่งสามารถกระตุ้นได้ทั้งยอดจำหน่ายที่มากขึ้น และยังได้ภาพลักษณ์ที่ดีของการเป็นองค์กรสีเขียวจากการจัดแคมเปญที่ช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย

ฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 ดีอย่างไร ฉลากประหยัดไฟ บ่งบอกถึงระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ฉลากประหยัดไฟจะมีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 โดยที่เบอร์ 5 หมายถึงประหยัดไฟมากที่สุด คือมีอัตราการประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency Ratio : EER) มากกว่า 11.0 หน่วย ผู้ออกฉลากประหยัดไฟในปัจจุบัน คือ กระทรวงพลังงาน ซึ่งจะมีตราของกระทรวงซ้อนอยู่บนฉลาก เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) จากเดิมออกโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งไม่มีโลโก้ใดๆ เว้นแต่ปี ค.ศ. ที่ออกบนฉลาก สิ่งที่สำคัญของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า คือ มาตรฐานของเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทนั้นๆ ปัจจุบันนี้ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าชุดนั้นเป็นอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และมาตรฐานขั้นสูง คือ เบอร์ 5 สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่า ทำให้ราคาของอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ตั้งไว้แพงกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 4 และเบอร์ที่ต่ำกว่า แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่า ในเมื่ออุปกรณ์ที่เราต้องใช้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น หรือหลอดไฟ ถ้าในบ้านใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประกอบกับพฤติกรรมที่ต้องการลดการใช้ประหยัดพลังงานในระยะยาว อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เบอร์ 5 ย่อมช่วยให้ประหยัดทั้งเงินในกระเป๋า และยังช่วยชาติประหยัดพลังงานด้วย


ที่มา: ASTVผู้จัดการ (26 มิถุนายน 2556)
Advertising Area
Copyright © 2005-2014 ICONS.co.th All Rights Reserved
The true information partner 
  Join   Follow
  iCONS Facebook   iCONS Twitter
www.icons.co.th ได้รับการรับรองและผ่านการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์แล้ว