
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/68 กำไรสุทธิ 146 ล้านบาท รายได้รวม 1,348 ล้านบาท ยอดขาย 5,040 ล้านบาท พร้อมตุน Backlog มูลค่า 7,595 ล้านบาท เตรียมรับรู้รายได้ปีนี้ 4,792 ล้านบาท ผลักดันโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีข้อจำกัดด้านการเงิน
นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นและเป็นผู้นำการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader)
เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 1/68 มียอดขายจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 5,040 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายอสังหาริมทรัพย์ 4,188 ล้านบาท ยอดขายจาก LivNex 852 ล้านบาท มียอดทำสัญญาสะสมจากโปรแกรม LivNex 662 ยูนิต มูลค่า 1,262 ล้านบาท (ทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้)
โดยบริษัทมียอดรายได้รวม 1,348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% มีกำไรขั้นต้น 386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มีกำไรก่อนภาษีและดอกเบี้ย 297 ล้านบาท คิดเป็น 22% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 28% และมีกำไรสุทธิ 146 ลบ. คิดเป็น 11% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2568 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ Backlog 7,595 ล้านบาท คาดว่าทยอยรับรู้รายได้ในปี 2568 จำนวน 4,792 ล้านบาท
โดยในช่วงไตรมาส 2-4 จะมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จอีก 3 โครงการ คือ 1.เสนาคิทท์ บางนา กม.29 เฟส 2 2.เสนาคิทท์ พหลโยธิน-นวนคร เฟส 1 และ 3.เฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา โดยมีสินค้าคงเหลือขาย 45,670 ล้านบาท เป็นสินค้าที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมโอน 10,532 ล้านบาท
ในไตรมาส 1/68 เสนาฯเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ LivNex เช่าออมบ้าน เพื่อช่วยแก้ปัญหาลูกค้าที่กู้ไม่ผ่าน ให้มีโอกาสเตรียมความพร้อมทางการเงินและกลายเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ แม้จะเผชิญความท้าทายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทย เสนาฯยังคงมุ่งมั่นรักษาความน่าเชื่อถือ ภายใต้แนวทาง SENA Trust Care Sustain
ประกอบด้วย SENA Trust สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของโครงการ SENA Care ใส่ใจในคุณภาพชีวิตของลูกบ้านทุกคน และ SENA Low Carbon มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เสนาฯยังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ของพันธมิตรญี่ปุ่น บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป เพื่อเร่งปรับกลยุทธ์เชิงรุก นำนวัตกรรม Geo fit+ มาใช้ทันที
แนวคิดนี้มุ่งเน้นการป้องกันและรับมือภัยพิบัติ ซึ่งสามารถนำไปใช้กับโครงการที่กำลังพัฒนาอยู่ได้ทันที เสริมความมั่นใจในการอยู่อาศัยระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
16/5/2568 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 16 พฤษภาคม 2568 )