
นักวิชาการจุฬาฯ เผยเทรนด์ Re-Development มาแรง ปรับปรุง-รื้อถอนอสังหาฯโซนเมือง พลิกโฉมที่ดิน-โกดังเก่า นำที่ดินแปลงเล็กถูกมองข้ามทำมอลล์ชุมชน-โรงแรมบูติก-ที่อยู่อาศัยไซซ์จิ๋ว The NEXT Real เปิดคอร์ส ReDev ตอบโจทย์ลูก Landlord และ Dev รุ่นใหม่ เริ่มเรียน ต.ค.นี้
ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ รองศาสตราจารย์ ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากการขยายตัวออกนอกเมือง
กลับมาสู่กระแสการ Re-Development หรือปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ที่เสื่อมโทรมหรือไม่ได้ใช้งานให้ดีขึ้น ผ่านกระบวนการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม ก่อสร้างสิ่งใหม่ หรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยมีหลายทำเลที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาทิ ตลาดน้อย อารีย์ เจริญกรุง ทรงวาด เยาวราช และวงเวียน 22 เนื่องจากเป็นทำเลที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมและโครงสร้างเมืองที่โดดเด่นอยู่แล้ว
Redevelopment ไม่ใช่เพียงการฟื้นฟูอาคาร แต่คือการฟื้นฟูบริบทของเมืองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ชุมชน เราจะเห็นโกดังเก่าถูกเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์ โรงแรมบูติก คาเฟ่ เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านจากอสังหาฯ ที่มีมูลค่าต่ำ ให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้และคุณค่าใหม่ ดร.จิตติศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เทรนด์ Redevelopment เป็นแนวทางที่มีมานานในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในแนวคิดของการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ที่ดินเปล่าหายากและราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทยปัจจุบัน ที่การขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยเริ่มออกไปสู่ทำเลที่ผู้บริโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เริ่มตามไปไม่ทัน
อย่างไรก็ดี การก้าวเข้าสู่ตลาด Redevelopment จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจหลายอย่าง ทั้งเข้าใจเมือง เข้าใจผู้คน และเข้าใจบริบท เพื่อให้สามารถพัฒนาโครงการที่เกิดคุณค่าและเพิ่มมูลค่าได้อย่างยั่งยืน
ด้านนายบริสุทธิ์ กาสินพิลา Co-Founder & Director หลักสูตร The NEXT Real หลักสูตรสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเครือข่ายนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่ใหญ่ที่สุดในไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีต ตลาด Redevelopment หรือ ReDev
ซึ่งเป็นการนำอาคารเก่ามาปรับปรุงให้เกิดมูลค่าใหม่ และนำที่ดินแปลงเล็กที่ถูกมองข้ามมาพัฒนาสร้างมูลค่าใหม่ เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เติบโตขึ้นรวดเร็วเท่าปัจจุบัน การเข้าใจวิธีคิดแบบ ReDev จึงเป็นโอกาสสำหรับเจ้าของที่ดิน (Landlord) และนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์
ทั้งนี้ ผู้จะก้าวเข้าสู่ตลาด Redevelopment จำเป็นต้องเข้าใจศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง เพื่อให้สามารถพัฒนาโครงการในพื้นที่เมืองเดิมได้อย่างเหมาะสม อย่างน้อย 5 ด้านด้วยกัน ได้แก่
1.เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเมือง 2.กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3.ความเข้าใจทำเล 4.มุมมองด้านงานศิลปะและดีไซน์ และ 5.ความเข้าใจงานรีโนเวท
ดังนั้น The NEXT Real จึงได้พัฒนาหลักสูตรใหม่ ReDev รวบรวมผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในหลากหลายด้าน รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ในตลาดนี้ มาร่วมมอบองค์ความรู้ให้แก่ Landlord นักลงทุนรุ่นใหม่ และผู้สนใจก้าวเข้าสู่ตลาดนี้
เริ่มตั้งแต่ทักษะการวิเคราะห์ศักยภาพทรัพย์สินเดิม การออกแบบใหม่ การวางแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายและความต้องการของตลาด ผังเมือง
ReDev ไม่ใช่แค่หลักสูตรการพัฒนาอสังหาแบบใหม่ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของคนทำอสังหาฯ ให้มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว และต่อยอดเป็นโครงการที่ตอบโจทย์อนาคต เราตั้งใจให้หลักสูตรนี้เป็นพื้นที่สร้างระบบนิเวศน์ หรือ Ecosystem ที่รวบรวมคนที่เกี่ยวข้องกับคนในวงการ ReDev ไว้ด้วยกัน
ตั้งแต่ Developer รุ่นใหม่ เจ้าของทรัพย์สิน สถาปนิก นักวางผังเมือง นักลงทุน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ไปจนถึงผู้สนใจการฟื้นฟูเมืองและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้แก่การเติบโตของตลาดอย่างยั่งยืน นายบริสุทธิ์กล่าว
13/8/2568 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 13 สิงหาคม 2568 )