info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.183

วิเคราะห์เหตุผล เมเจอร์-เถ้าแก่น้อยทุ่ม 100 ล้านตั้งโรงงานป๊อปคอร์น

Industrial News / ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม

ป๊อปคอร์นมีดีอะไร ทำไมเมเจอร์ ยักษ์โรงภาพยนตร์ และยักษ์ขนม เถ้าแก่น้อย ควัก 100 ล้าน ตั้งโรงงานป๊อปคอร์นแบบซอง

ดีลระหว่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป และเถ้าแก่น้อย ที่ร่วมทุนมูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อตั้งบริษัทผลิตป๊อปคอร์นแบบซองนั้น นับเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องของยักษ์โรงภาพยนตร์ หลังเมื่อปลายปี 2566 เมเจอร์รุกตลาดสแน็ก เปิดตัว POPCORN ขายผ่านเซเว่นฯ ตั้งเป้า 2.4 พันล้าน

ทั้งนี้เนื่องจาก แม้ป๊อปคอร์นจะเป็นหนึ่งในขนมขบเคี้ยวเก่าแก่ที่มีขายมานาน แต่ยังมีช่องว่างใหญ่ให้แบรนด์เข้าชิงเม็ดเงินสร้างการเติบได้ นั่นคือ การบริโภคนอกโรงภาพยนตร์ ที่เริ่มบูมในช่วง 3-4 ปีมานี้เท่านั้น

ป๊อปคอร์นนอกโรงหนัง ดันตลาด 5,000 ล้านโตแรง

โดยพรพิมล ปักเข็ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพนนี พาทิซเซอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายป๊อปคอร์น แบรนด์เพนนี่ Pennii ฉายภาพว่า ตลาดป๊อปคอร์นในไทยรวมในและนอกโรงภาพยนตร์มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท กำลังเติบโตต่อเนื่อง จากการบริโภคนอกโรงภาพยนตร์ที่มาแรงตั้งแต่หลังการระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งมีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก

สำหรับสาเหตุที่ก่อนหน้านี้ เซ็กเมนต์ป๊อปคอร์นนอกโรงภาพยนตร์ยังไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากความท้าทายด้านอายุการเก็บ หรือ Shelf Life ซึ่งปัจจุบันสามารถแก้ไขได้แล้ว ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่ตบเท้าเข้ามาในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อชิงเม็ดเงินจากโอกาสการบริโภคใหม่ ๆ ไม่เพียงในครัวเรือน แต่รวมไปถึงงานอีเวนต์ต่าง ๆ ด้วย

รายได้หน้าโรงผันผวน

ขณะเดียวกัน เมเจอร์มีความพยายามต่อยอดธุรกิจโรงภาพยนตร์ ไปสู่การสร้างรายใหม่ ๆ หลังรายได้จากธุรกิจโรงภาพยนตร์มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น ไลน์อัพภาพยนตร์ที่เข้าฉายในแต่ละปี และจำนวนผู้ชม

สะท้อนจาก ผลประกอบการของเมเจอร์ ในไตรมาส 2/2568 สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2568 ที่มีรายได้รวม 1,940 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีรายได้ลดลง 93 ล้านบาท คิดเป็น 5% และกำไรสุทธิลดลง 108 ล้านบาท คิดเป็น 46% (ไตรมาส 2/2567 บริษัทมีรายได้ 2,033 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 232 ล้านบาท)

โดยเมเจอร์อธิบายว่า ธุรกิจโรงภาพยนตร์รายได้ลดลง เนื่องจากเมื่อไตรมาส 2/2567 มีภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมสูง เช่น เรื่อง “หลานม่า” และ “อนงค์” ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในระดับที่ดี

แต่ในไตรมาส 2/2568 จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ และรายได้จากการจำหน่ายป๊อปคอร์น ลดลงตามไปด้วย

เช่นเดียวกับธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ มีรายได้ลดลง มาจากในไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากภาพยนตร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว ต่างจากเมื่องวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่บริษัทมีรายได้จากการนำภาพยนตร์ เรื่อง ธี่หยด และของแขก เข้าฉายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มเติมจากรายได้ในโรงภาพยนตร์

เมเจอร์โหมตลาดสแน็ก

หนึ่งในนั้นคือการต่อยอดป๊อปคอร์น ออกไปจำหน่ายนอกโรงภาพยนตร์ ซึ่งจะเห็นได้ทั้งจากคีออสก์จำหน่ายป๊อปคอร์นในห้าง และการส่ง POPCORN MAJOR ไปบุกร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นครั้งแรก พร้อมดึง “Three Man Dawn” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ หวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เมื่อปี 2566

ก่อนที่ล่าสุดจะร่วมทุนกับเถ้าแก่น้อย ด้วยมูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อตั้งบริษัทผลิตป๊อปคอร์นแบบซอง โดยแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นเป็นบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) 51% บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) 49%

วิศรุต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยไว้เมื่อปี 2566 ว่า สินค้าตัวนี้ใช้รูปแบบซองสุญญากาศ จึงเก็บรสชาติความหอม กรอบ อร่อยได้

“การนำป๊อปคอร์นโรงหนังเข้าสู่ตลาดขนมขบเคี้ยว จะช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่ชอบกินป๊อปคอร์น เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจป๊อปคอร์น และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ‘POPCORN MAJOR’ ให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย”

ดันโรงภาพยนตร์เป็น “แพลตฟอร์มแห่งประสบการณ์”

นอกจากนี้ เมเจอร์ยังพยายามต่อยอดโรงภาพยนตร์ที่มีให้เป็นมากกว่าสถานที่ดูหนัง ด้วยการส่ง Alternative Content เข้ามา อาทิ คอนเสิร์ตของศิลปินดังทั้งแบบสด และเทปบันทึกภาพ รวมถึงภาพยนตร์แนวดนตรี

ตามแนวทางสร้าง “แพลตฟอร์มแห่งประสบการณ์” หรือการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมเสพความบันเทิงและต้องการประสบการณ์ร่วมกับศิลปินในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่ายและมีอรรถรสมากขึ้น

ตัวอย่าง เช่น ในเดือนสิงหาคม 2568 นี้ มี 7 คอนเสิร์ตดังระดับโลกจากเวทีจริงสู่จอยักษ์โรงภาพยนตร์ ทั้ง K-Pop และ Global Artist ประกอบด้วย

6 DAYS ภาพยนตร์แนวดนตรี Roadtrip ที่บันทึกการเดินทางของ 4 หนุ่ม DAY 6 ในประเทศอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 14-20 สิงหาคม 2568 ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป 36 สาขาทั่วประเทศ บัตรราคาเริ่มต้น 300 บาท พร้อมรับของพรีเมี่ยมทุกที่นั่ง

2025 PLAVE Asia Tour [DASH : Quantum Leap] in Seoul คอนเสิร์ต Asia Tour ครั้งแรกของวงบอยแบนด์จากเกาหลีใต้ ชมสดพร้อมกันที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2568 บัตรราคา 1,200 บาท พร้อมรับของพรีเมี่ยมทุกที่นั่ง

SUPER JUNIOR’s 20th Anniversary Tour in CINEMAS การฉลองครบรอบ 20 ปีของวงไอดอล SUPER JUNIOR ในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ และเมเจอร์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ บัตรราคา 800 บาท (ยกเว้น Opera Chair) พร้อมรับของพรีเมี่ยม Poster ขนาด A3 ทุกที่นั่ง

#RUNSEOKJIN_EP.TOUR in AMSTERDAM : LIVE VIEWING เมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2568 ในโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ และเมเจอร์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ บัตรราคาเริ่มต้น 600 บาท พร้อมรับของพรีเมี่ยม Photocard และ Postcard ทุกที่นั่ง

HYDE [INSIDE] LIVE 2025 WORLD TOUR BEAUTY & THE BEAST Live Viewing การแสดงรอบพิเศษ “BEAUTY & THE BEAST” ถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วโลกทั้งโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย ที่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 บัตรราคาเริ่มต้น 750 บาท

ทั้งนี้ต้องรอดูผลลัพธ์ของดีลร่วมทุนระหว่างเมเจอร์ และเถ้าแก่น้อยครั้งนี้จะสามารถผลักดันธุรกิจป๊อปคอร์นได้มากเพียงใด

12/8/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 12 สิงหาคม 2568 )

โฆษณาแบนเนอร์