info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.183

“หอแว่น Better Vision” ทุ่มงบปั้นโมเดลใหม่ ตรวจตาครบวงจรชิงกำลังซื้อ

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

“หอแว่น Better Vision” เขย่าสมรภูมิแว่นตา ประกาศเกมรุกครั้งสำคัญ เปิดสาขาคอนเซ็ปต์ใหม่ที่แรก “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ชูธง “Vision Expert Solution” ผนึก TRSC-International Eye and Vision Center ยกระดับบริการดูแลสุขภาพดวงตาครบวงจร ทุ่มงบฯ 3 เท่า อัดแน่นเทคโนโลยี-ทีมทัศนมาตร หวังเจาะลูกค้าระดับบน-คนเมือง-ชาวต่างชาติ พร้อมปูพรมแบรนด์ “มองเด้ (MONDE)” หัวหอกบุกตลาดแมส ตั้งเป้าสิ้นปีครบ 190 สาขา

ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิชั่น เวนเจอร์ส จำกัด ผู้บริหารเชนร้านแว่นตา “หอแว่น Better Vision” และ “มองเด้ (MONDE)” เปิดเผยว่า แม้ในภาวะเศรษฐกิจซะลอตัว แต่ตลาดแว่นตาในประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการเติบโตสูงอย่างมีนัยสำคัญ

โดยมี 2 ปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คือ 1. สังคมผู้สูงอายุ เพราะปัจจุบันคนไทยที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเกือบ 100% จะต้องประสบกับภาวะสายตายาวตามวัย ซึ่งถือเป็นปัญหาทาทางการแพย์อันดับหนึ่งของโลก ส่งผลให้ความต้องการเลนส์โปรเกรสซีฟเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนจากยอดขายของ “หอแว่น Better Vision” ที่เลนส์โปรเกรสซีฟเติบโตอย่างต่อเนื่องถึงปีละ 10% นับตั้งแต่หลังช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นต้นมา

และ 2. คนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอต่าง ๆ นาน ส่งผลให้เด็กและวัยรุ่นมีปัญหาสายตาสั้นเร็วขึ้นและจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าสัดส่วนผู้ที่อายุต่ำกว่า 30-40 ปี มีปัญหาสายตาสั้น 30-40% จากเดิมมีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์การดำเนินงานของ “หอแว่น Better Vision” จึงมุ่งเน้นไปที่การให้บริการด้านเทคนิคและความเชี่ยวชาญ (Technical & Service) เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ลูกค้าที่มีปัญหาสายตาชับช้อน มากกว่าที่จะลงไปแข่งขันในสงครามราคา

“เพราะต้องยอมรับว่าแม้ปัจจุบันจะมีแบรนตร้านแว่นจากญี่ปุ่นและเกาหลีเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นจำนจำนวนมาก แต่เบื้องต้นมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าหลักของ “หอแว่น Better Vision” เนื่องจากเป็นคนละกลุ่มเป้าหมาย”

โดยร้านแว่นสไตล์ญี่ปุ่น-เกาหลี จะเน้นกลุ่มลูกค้าแฟชั่นหรือผู้ที่มีค่าสายตาไม่ชับช้อน ขณะที่ “หอแว่น Better Vision” วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาชับซ้อนและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

ส่งโมเดลใหม่ชิงกำลังซื้อ

ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดกระแสดีมานด์และชิงความได้เปรียบ ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัว “หอแว่น Better Vision” สาขาดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งถือเป็นสาขาต้นแบบของคอนเซ็ปต์ใหม่ ที่จะพลิกโฉมหน้าของร้านแว่นตาทั่วไปในตลาด ให้กลายเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพตาครบวงจรแบบ One-Stop-Service ด้วยความร่วมมือกับศูนย์เลสิกและรักษาสายตาชั้นนำของไทย อย่าง TRSC-International Eye and Vision Center

ซึ่งภายใต้การร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการนำความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 องค์กรมาผสมผสานกัน เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสายตาแบบองค์รวมที่เหนือกว่าแค่การตัดแว่น โดยเบื้องต้นจะมีนักทัศนมาตร (Optometrist) และผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเข้มข้นจาก TRSC มาประจำการ

พร้อมด้วยเครื่องมือมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในศูนย์ TRSC นำมาให้บริการในสาขานี้อีกด้วย ไม่ว่าจะทั้ง Nidek Intelligent Refractor เครื่องตรวจสายตาที่แม่นยำสูงสุดระดับโลก Slit Lamp กล้องจุลทรรศน์พิเศษสำหรับตรวจสุขภาพตาและโรคตาต่างๆ Galilei G4 เครื่องประเมินกระจกตาและโครงสร้างตาส่วนหน้า

หรือแม้กระทั่ง Virtual Reality (VR) Eye Tracking เพื่อออกแบบเลนส์ที่สบายตาสำหรับแต่ละบุคคล Leica Eyecare Application เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่สามารถวัดค่าพารามิเตอร์ได้ละเอียดและแม่นยำ สามารถจำลองความหนาของเลนส์ก่อนทำการสั่งทำ และจำลองความกว้างของมุมมองเลนส์ให้เห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

โดยการลงทุนของคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ถือเป็นการลงทุนที่สูงกว่าสาขาปกติถึง 3 เท่า แม้จะมีพื้นที่ขนาด 60 ตารางเมตร ซึ่งเล็กกว่าสาขามาตรฐานที่มักมีขนาด 120 ตารางเมตรขึ้นไป โดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน คนเมือง และชาวต่างชาติ

“เวลาคนมีปัญหาสายตาจะนึกถึงคือร้านแว่นก่อน จึงเป็นโอกาสที่ร้านแว่นจะเสนอการบริการมากกว่าแค่ขายแว่นตา ซึ่งโมเดลใหม่ที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คือคำตอบของเรา หากคอนเซ็ปต์นี้ได้รับการตอบรับดี ก็จะขยายไปยังสาขาอื่นๆ ด้วย”

สิ้นปีลุยขยายเพิ่ม 3 สาขา

ดร.ปิยะพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของแผนการขยายสาขา “หอแว่น Beter Vision” เบื้องต้นมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาภายในสิ้นปี 2568 นี้ ได้แก่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล กระบี่ เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ก็มีเป้าหมายที่จะปรับโฉมและยกระดับประสบการณ์หน้าร้านให้มีความพรีเมี่ยมและทันสมัยมากขึ้น ผ่านการรีโนเวทสาขาเดิม ควบคู่ไปกับการสื่อสารแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในฐานะ “Vision Expert Solution” ที่พร้อมเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพตาแบบองค์รวมที่สมบูรณ์แบบที่สุด

“มองเด้ (MONDE)” เรือธงบุกตลาดแมส

ดร.ปิยะพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากแผนการขยายสาขาของแบรนด์ “หอแว่น Better Vision” บริษัทฯ ก็ยังมีอีกหนึ่งแบรนด์ในเครืออย่าง “มองเด้ (MONDE)” ที่ถือเป็นหัวหอกสำคัญในการเจาะตลาดแมส ซึ่งกำลังกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยมองเด้ (MONDE) จะถูกวางตำแหน่งให้เป็นร้านแว่นที่เข้าถึงง่าย ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ โดยจะนำเสนอสินค้าในระดับราคาที่ย่อมเยา ตั้งแต่ 1,000-4,000 บาท ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีสาขารวมอยู่กว่า 160 สาขา แบ่งเป็นบริษัทลงทุนเอง 155 สาขา และแฟรนไชส์ 5 สาขา

ซึ่งภายในสิ้นปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะขยายให้ครบ 190 สาขา ขณะที่ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนเร่งสปีดการขยายสาขาของมองเด้ (MONDE) ให้ได้เดือนละ 10 สาขา หรืออาจจะมากกว่านั้น

“การเติบโตอย่างรวดเร็วของ มองเด้ (Monde) ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลักที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจากแผนการดำเนินงานดังกล่าวคาดว่าสิ้นปี 2568 บริษัทฯ จะมีรายได้โตตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน”

24/9/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 24 กันยายน 2568 )

โฆษณาแบนเนอร์