
ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ท้าทายจากปัจจัยภายนอกอย่างสงครามตะวันออกกลางที่เป็นตัวชี้ขาดต้นทุนภายในประเทศ ขณะเดียวกันความต้องการบ้านของคนไทยยังไม่ลดน้อยถอยลง แม้ว่ากำลังซื้อจะยังคงเปราะบาง แต่โครงการที่ตอบโจทย์ การเข้าถึงที่อยู่อาศัย ของกลุ่มรายได้ปานกลาง อย่างบ้านชาวไทย ยังคงได้รับความสนใจสูง
คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส เปิดเผยว่า บ้านชาวไทย เป็นโครงการเพื่อตอบสนองกลุ่มรายได้ปานกลางที่อยากมีที่อยู่อาศัย ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสองก้อน คือ ยังสามารถเช่าอยู่ก่อน และเมื่อสร้างเสร็จก็นำค่าเช่านั้นมาจ่ายค่าที่อยู่อาศัย โดยโครงการ D:CODE SRI NAKARIN ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ประชาชนลงทะเบียนจองสิทธิมากกว่า 10,000 ยูนิต เกินจำนวนยูนิตที่มีอยู่ 3 เท่า
คีรี กาญจนพาสน์
โดย 1 คนจะมีสิทธิจำนวน 1 สิทธิ ตามประเภทของห้องชุดที่ได้เลือกในขั้นตอนการลงทะเบียนจอง ขนาด 30 ตร.ม., 45 ตร.ม. และ 60 ตร.ม. ทั้งแบบเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ และแบบไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ทั้งหมด 3,000 ยูนิต โดยผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิ และผู้ได้รับการคัดเลือก ลำดับที่ 2 และ 3 จะต้องเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาความสามารถทางการเงิน และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่โครงการกำหนด
ดีใจมากที่เราสามารถตอบสนองความหวังของเขาได้ ตัวเลขที่จองเข้ามาเกิน 3 เท่า จริง ๆ แล้วเราปิดการจองไปก่อนทำให้มีตัวเลขแค่นั้น ผลตอบรับดีแม้ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายแบบนี้ สาเหตุมาจากห้องตัวอย่างที่ตกแต่งให้เห็น ความตั้งใจของผู้ประกอบการ และอนาคตที่เขาเชื่อว่าจะได้สิ่งที่ดีที่สุด ส่วนโครงการที่คลองหลวงเองยอดจองเกือบ 1 เท่าตัว และเชื่อว่าต่อไปก็ต้องมาจับสลากกันอีก
นอกจากผลตอบรับที่ดีจากทั้ง 2 โครงการที่มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทแล้ว คีรี กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์สงครามที่ทำให้น้ำมัน สินค้าต่าง ๆ รวมถึงวัสดุก่อสร้างราคาแพงขึ้นนั้น โครงการบ้านชาวไทยจะยืนพื้นในราคาเดิม และดำเนินโครงการตามขั้นตอนปกติ และยังมีการวางแผนเพิ่มเติมไปยังทำเลอื่นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และคาดว่าจะเริ่มต้นทำเลใหม่ในกรุงเทพฯ 1 เดือนหลังจากโครงการที่คลองหลวงแล้วเสร็จ และสถานการณ์สงครามไม่ยืดเยื้อ
ยืนยันโครงการที่ศรีนครินทร์ไม่เปลี่ยนแน่นอน นอกจากจะมีสงครามใหญ่ ส่วนราคาสินค้าผมเชื่อว่าธุรกิจทุกอย่างมันมีกำไร เมื่อมันถึงคราววิกฤตทุกอย่างแพงหมด เราก็ลดกำไรลงมาหน่อย สมมติจาก 1,000 บาท เหลือ 500 บาทได้ไหม ทำอย่างไรให้ประชาชนยังได้บ้าน และธุรกิจเราเองก็ยังมี Profit ซึ่งถ้าสงครามมันลากยาวไปถึงขั้นส่งของไม่ได้คงต้องมีการพิจารณาอย่างหนักในการปรับราคา หรือการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่
คีรีกล่าวเพิ่มเติมถึงการเพิ่มขึ้นของราคาต้นทุนว่า ยังอยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่รับได้ เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนด้านการผลิต และมีการผลิตในจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์อยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งทั้ง 2 โครงการบ้านชาวไทยอยู่ในขั้นตอนการยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจะมีการประมูลผู้รับเหมาด้วย โดยการก่อสร้างจะเริ่มกลางปี 2569 และส่งมอบช่วงต้นปี 2571
ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการคัดเลือก และจัดสรรสิทธิได้ทางเว็บไซต์ www.baan-chaothai.com ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
22/4/2569 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 22 เมษายน 2569 )