info@icons.co.th 02-810-8892-6
TH EN
 ข่าวสาร

LPN เดินเกมปี 69 ลุยโมเดลเช่า เติมพอร์ต 2,300 ยูนิต การันตียีลด์ 7-8%

ข่าวหมวดที่พักอาศัย 24 มีนาคม 2569 3ครั้ง
LPN เดินเกมปี 69 ลุยโมเดลเช่า เติมพอร์ต 2,300 ยูนิต การันตียีลด์ 7-8%

LPN กางแผนปี 2569 เร่งระบายเคลียร์สต็อกเดิมต่อเนื่อง โฟกัสลงทุนพอร์ตคอนโด ชูโมเดลเช่าเพิ่มรายได้บริษัท เล็งขยายเป็น 2,300 ยูนิตในปีนี้ การันตียีลด์ 7-8%

นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องซึ่งนับเป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจากปัจจัยด้านภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่จำกัด รวมไปผลกระทบจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ความตึงเครียดของเหตุการณ์ที่กระทบเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทำให้อสังหาฯในปีนี้ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเติบโต แต่เป็นปีของการสร้างรากฐานองค์กรให้แข็งแกร่งที่สุด

ลุยพอร์ตแนวสูง เร่งระบายสต็อกเก่าเกิน 3 ปี

สำหรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ LPN ในปี 2569 จะถือเป็นปีแห่งการรักษาเสถียรภาพ และระบายสต็อกให้เหลืออายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี ตั้งเป้าพรีเซล 8,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อนหน้า (YoY) และเป้ารายได้รวมที่ 7,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13% (YoY) และมียอดรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 ทั้งหมด 1,620 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 โครงการที่จะโอนภายในปีนี้ เพลส 168 ปิ่นเกล้า, เพลส 168 วุฒากาศ และบ้าน 365 เจษฎา ราชพฤกษา และที่เหลือเป็นโครงการบ้านเดี่ยว มูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท

และดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Rebuild – Strengthening The Core ได้แก่ 1.Strengthen Product Core เปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว BAAN 365 เจษฎาราชพฤกษ์ มูลค่า 1,350 ล้านบาท คอนโด Low Rise บนทำเลถนนเพชรเกษม มูลค่า 1,400 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2569 และคอนโด High Rise พัฒนาภายใต้แนวคิด “Well-being” บนทำเลย่านรามอินทรา มูลค่า 1,750 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569

นอกจากนั้น ยังมีแผนการขยายเฟส 2 ของโครงการ วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา ในช่วง Q3/2569 หลังจาก Sold out ในเฟสแรกแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ หลังจากที่ไม่ได้ซื้อที่ดินมาเกือบ 2 ปีกว่า และเหลือที่ดินแปลงสุดท้าย 2 ไร่กว่า ทำเลพระราม และวางงบสำหรับซื้อที่ดิน 1,000-2,000 ล้านบาท

สำหรับสต็อกที่เหลืออยู่ แบ่งเป็นคอนโดอายุเกิน 3 ปีประมาณ 3,000 ล้านบาท อายุ 1-3 ปี 3,000 ล้านบาท และเหลือเฉพาะสินค้าใหม่ ๆ 1,500 ล้านบาท รวมเป็น 7,000 ล้านบาท ส่วนบ้านแนวราบ 5 โครงการ มูลค่า 1,500 ล้านบาท รวมเป็น Project Value ทั้งหมด 20 โครงการ มูลค่า 7,000-8,000 ล้านบาท

“สำหรับสต็อกแนวราบถือว่าเพียงพอแล้วในการขาย 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนตลาดคอนโดเริ่มกลับมาจึงมีการเติมพอร์ตอยู่ตลอดแต่ละปีมีการขายออกคอนโดอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท จึงทำให้การเติมคอนโดในพอร์ตไม่สร้างการค้างสต็อกเท่ากับการสร้างโครงการแนวราบ”

ชูโมเดลลงทุนเช่า การันตียีลด์ 7-8%

2.Strengthen Business Core นำสินทรัพย์เดิมมาบริหารจัดการตลาดเช่า โดยปัจจุบัน LPN มีการปล่อยเช่าประมาณ 2,000 ยูนิต แบ่งเป็น 1.ลูกค้าเช่าเองหรือนักลงทุน 1,000 ยูนิต และ 2.บริหารโดย LPN ที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ทั้งนิติบุคคล และระบบในห้อง 1,000 ยูนิต เฉลี่ยผลตอบแทน (Yield) ที่ 7-8% โดยมีแผนที่จะเปิดให้เช่าเพิ่ม 300 ยูนิตจากโครงการที่อมตะ และเอกชัย

นอกจากนี้ยังมี โปรแกรม Rent-to-Own สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อ โดยจะเปิดให้เช่าอยู่ก่อน ให้เวลา 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี หลังจากยื่นสินเชื่อผ่านแล้วก็สามารถนำค่าเช่ามาเป็นส่วนลดค่าที่อยู่อาศัยได้

ปัจจุบัน โมเดลเช่าของ LPN อยู่ในหลายโครงการ อาทิ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต คลอง 1 เฟส 3 จำนวน 16 อาคารจากทั้งหมด 50 อาคาร อัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,900-5,000 บาทต่อเดือน หรือในบางกรณีค่าเช่ากระโดดไปถึง 10,000 กว่าบาทต่อเดือน กลุ่มผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาในสถานศึกษาใกล้เคียง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่ กลุ่มนักลงทุนของ LPN พบว่า มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เริ่มมีกลุ่มเด็กจบใหม่เพิ่มเริ่มทำงาน (First Jobber) เข้ามาเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยในช่วงแรกก่อนจะปล่อยเช่าเองในภายหลัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองแม้จะมีสัดส่วนเพียง 10%

เช่นเดียวกับกลุ่มลูกค้า จากเดิมที่กลุ่มลูกค้าหลักอายุเฉลี่ย 40-50 ปี แต่ปัจจุบันอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ปีมีสัดส่วนเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เกือบ 30% ของกลุ่มลูกค้าทั้งหมด ซึ่งคาดว่ามากจากไลฟ์สไตล์การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย โดยทางบริษัทก็ได้มีการออกแบบทั้งการทำการตลาดและโครงการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น อาทิ การจัดส่วนกลางสวยเหมาะกับการถ่ายรูปได้ Instagrammable แทนการเน้นเฉพาะฟังก์ชั่นการใช้งานในแบบเดิม ๆ

ตั้งเป้า IBD/E ต่ำกว่า 0.80 รักษา Cash Flow

และ 3.Strengthen Financial Core หรือการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการทางการเงิน ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การควบคุมต้นทุน และการวางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ปัจจุบัน บริษัทมี D/E ที่มีดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 0.86 เท่า และปี 2569 ตั้งเป้าหมายการลดภาระหนี้ให้ต่ำกว่า 9,000 ล้านบาท และรักษาระดับ IBD/E ให้ได้ต่ำกว่า 0.80 เพื่อบริหารสภาพคล่อง สามารถรองรับความเสี่ยง และยังมีศักยภาพในการขยายธุรกิจ ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท รวมถึงนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และมีแผนจะออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 และพร้อมในการชำระคืนหุ้นกู้ครบกำหนดอีกครั้ง ในปี 2570

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →