ตลาดอสังหาฯ สมุย-พะงันกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Investment Hub ระดับโลก ท่ามกลางดีมานด์ต่างชาติที่เติบโตและครองตลาดอย่างชัดเจน ดันราคาที่ดิน คอนโด วิลล่าราคาพุ่ง ตามรอยภูเก็ต
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาฯ สมุยและพะงันกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางการลงทุนระดับโลก ท่ามกลางดีมานด์ต่างชาติที่เติบโตและครองตลาดอย่างชัดเจน และเป็นท็อปโลเกชั่นของปี 2569 ที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดของประเทศไทย ทั้งการลงทุน การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และการถือครองกรรมสิทธิ์ในรูปแบบ Leasehold (เช่าระยะยาว) จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ และนำไปสู่การปรับตัวของราคาที่ดินในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินในพื้นที่เกาะสมุยและพะงันปรับตัวเพิ่มขึ้นในลักษณะก้าวกระโดด เกาะสมุยราคาที่ดินในระยะเดินได้จากชายหาดอยู่ที่ไร่ละ 5-10 ล้านบาท ติดหาดไร่ละ20 ล้านบาท ส่วนพะงันติดทะเลไร่ละ 7-10 ล้านบาท ติดเขาไร่ละ 7 ล้านบาท สะท้อนแรงส่งจากดีมานด์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเติบโตของตลาดที่ดินในจังหวัดภูเก็ตในช่วง 5 ปีก่อนหน้า แต่เมื่อเปรียบเทียบในเชิงระดับราคาโดยรวมแล้ว พื้นที่เกาะสมุย-พะงันยังคงมีราคาที่ต่ำกว่าภูเก็ตอย่างมีนัยสำคัญ จึงยังถือเป็นตลาดที่อยู่ในช่วง Early Growth to Expansion Phase และยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกค่อนข้างมาก”
นายภัทรชัยกล่าวว่า ภาพรวมตลาดสิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2569 เกาะสมุย-พะงัน มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวม 154 โครงการ ครอบคลุมยูนิตขาย 2,860 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 61,140 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่เกาะสมุย 113 โครงการ จำนวน 2,422 ยูนิต มูลค่าการลงทุน 53,200 ล้านบาท
มีทั้งคอนโด บ้านตากอากาศ และบ้านจัดสรร ราคาคอนโดฯเฉลี่ย 60,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนวิลล่าราคาตั้งแต่ 8 ล้านบาทขึ้นไป ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส จีนฮ่องกง ยุโรป ส่วนเกาะพะงัน ปัจจุบันมี โครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่อยู่ระหว่างการขายรวม 41 โครงการ ครอบคลุม 438 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 7,940 ล้านบาท มีทั้งคอนโด บ้านพักตากอากาศและบ้านจัดสรร
ทั้งนี้ตลาดที่อยู่อาศัยบนเกาะพะงัน หลังโควิดตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด และยังคงได้รับแรงหลักจากกำลังซื้อชาวต่างชาติที่มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อจากอิสราเอล ยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันดีมานด์ในตลาดวิลล่าอย่างชัดเจน
ซึ่งผู้ซื้อจากอิสราเอลถือเป็นหนึ่งในตลาดเฉพาะที่มีการเติบโตโดดเด่นในช่วงหลังโดยมีพฤติกรรมการซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวควบคู่กับการลงทุนปล่อยเช่าทำให้เกิดความต้องการต่อเนื่องในโซนที่มีความเงียบสงบ เข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายและมีชุมชนต่างชาติรองรับ
“จากภาพรวมทั้งสมุยและพะงัน สะท้อนถึงการขยายตัวของ อุปทานอย่างต่อเนื่อง แลเข้าสู่ตลาดของผู้พัฒนาโครงการทั้งรายเดิมและรายใหม่”
นายภัทรชัยกล่าวว่า ด้านการดูดซับในตลาดในช่วงที่ผ่านมา พบว่าโครงการบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมหลายโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูง และมีการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์รองรับกำลังซื้อชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นการขายในรูปแบบ Leasehold ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนตลาดอย่างชัดเจน
ในช่วงที่ผ่านมามีผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ เริ่มให้ความสนใจเข้ามาสะสมที่ดินในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงันเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการในอนาคต โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม ที่ยังมีอุปทานในตลาดค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการ ส่งผลให้อัตราการดูดซับ อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
นายภัทรชัย คาดการณ์ว่า ปี 2569 จะมีผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหม่และรายใหญ่จากกรุงเทพฯ รวมถึงผู้พัฒนาในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น บมจ. ศุภาลัย บมจ. อรสิริน โฮลดิ้ง และผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์รายอื่นๆเข้ามาเปิดตัวโครงการเพิ่มเติมอย่างคึกคัก เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านทำเล การออกแบบโครงการ และกลยุทธ์การขาย
และพบว่าผู้พัฒนาโครงการควรให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้ถูกต้องและครบถ้วน เลือกทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน แม้ตลาดโดยรวมยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ความสำเร็จของแต่ละโครงการยังขึ้นอยู่ กับคุณภาพของทำเลโครงสร้างผู้ซื้อราคาและความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ
