เจน-3 ตระกูล “จิตรสกุล” ทุ่มงบฯ พลิกโฉมโรงแรมเก่าริมแม่น้ำกก เชียงราย สู่ “คหวดี เชียงราย คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิล” พร้อมเปลี่ยนโมเดลดึงเชน Hilton เข้าบริหาร ปั้นมูลค่าโครงการสู่ระดับพันล้านบาท หวังยกระดับสู่มาตรฐานโลกควบคู่เอกลักษณ์ท้องถิ่น เผยหลังซอฟต์โอเพนนิ่งห้องพักเต็มแทบทุกสุดสัปดาห์ พร้อมมุ่งยกระดับสินทรัพย์ในพอร์ตด้วยการทยอยปรับปรุงโรงแรมเดิมต่อเนื่อง
นางสาวอังคณา จิตรสกุล (เจเนอเรชั่น 3 ของครอบครัวจิตรสกุล) ผู้อำนวยการโครงการ ฝ่ายตัวแทนเจ้าของโครงการโรงแรมคหวดี เชียงราย คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน (Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton) เปิดเผยว่า ครอบครัวดำเนินธุรกิจรถยนต์ควบคู่กับโรงแรม ปัจจุบันมีดีลเลอร์โตโยต้าในเชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ รวม 7-8 สาขา ปีนี้มียอดขายรถยนต์กว่า 7,000 คัน
ส่วนธุรกิจโรงแรม ประกอบด้วย คหวดี (เชียงราย) ซึ่งเป็นโรงแรมแรกของแบรนด์ในภาคเหนือของประเทศไทย, สุขนิรันดร์ (เชียงราย). เวียงอินทร์ (เชียงราย) และเชียงใหม่แกรนด์วิว (เชียงใหม่) โดยยังมุ่งพัฒนาธุรกิจในพื้นที่เป็นหลัก โดยมองว่าหากชุมชนและเชียงรายเติบโตธุรกิจของครอบครัวก็สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้
ทุ่มหลักพันล้านปลุกโรงแรม
โดยโรงแรมคหวดี Kahavadi (เชียงราย) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก บนพื้นที่โครงการ 83.5 ไร่ มีห้องพัก 167 ห้อง พื้นที่จัดงานและประชุม 1,980 ตารางเมตร และอัตราห้องพักเริ่มต้น 3,800 บาทต่อคืน โดยสินทรัพย์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากโรงแรมเดิมที่ครอบครัวเข้าซื้อเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยราคาซื้อโรงแรมในช่วงนั้น (ปี 2555) อยู่ที่กว่า 500 ล้านบาท
ล่าสุดได้ตัดสินใจรีโนเวตครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของทำเลริมน้ำ พื้นที่ขนาดใหญ่ และต้นไม้เดิมจำนวนมาก ซึ่งการรีโนเวตอาคารเก่าทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม ทั้งงานโครงสร้าง ระบบปรับอากาศ ฯลฯ ทำให้เม็ดเงินรวมของโครงการขยับขึ้นสู่ระดับ “หลักพันล้านบาท”
“โครงการเริ่มวางแนวคิดและออกแบบมาตั้งแต่ปี 2560 ก่อนเปิดในปี 2569 หรือกินเวลาราว 9 ปี แต่ช่วงทำงานจริงประมาณ 6 ปี เนื่องจากต้องหยุดในช่วงโควิดประมาณ 2 ปีครึ่ง และก่อนแล้วเสร็จยังเผชิญน้ำท่วมจนต้องกลับมาแก้ไขและซ่อมแซมอีกครั้ง” นางสาวอังคณากล่าว
โดยโรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วย ห้องพักรวม 167 ห้อง 7 รูปแบบ ตั้งแต่ห้องดีลักซ์ ห้องเชื่อมต่อสระว่ายน้ำ ห้องสวีต ไปจนถึง Kahavadi Family Suite 2 ห้องนอน ขนาด 128 ตารางเมตร ส่วนห้องอาหารมี 3 ห้อง ได้แก่ Larderley ห้องอาหารที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ปิ่นโต”, Tasabiang ห้องอาหารเหนือริมน้ำที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และ The Ledger บาร์ที่นำเรื่องราวเส้นทางการค้าของพ่อค้าในอดีตมาเป็นแนวคิด
ดึงเชน Hilton บริหาร
นางสาวอังคณากล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการคือ การเปลี่ยนโมเดลการบริหารจากบริหารโรงแรมเอง สู่การนำเชนระดับโลกอย่างฮิลตัน (Hilton) เข้ามาบริหารเป็นครั้งแรก หลังจากพิจารณาคัดเลือกอยู่หลายแบรนด์ เนื่องจากขนาดการลงทุนเพิ่มขึ้นและต้องการขยายการเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวเป้าหมายให้ได้มากขึ้น โดยมีโจทย์สำคัญคือ ต้องการมาตรฐานและความน่าเชื่อถือระดับสากล ควบคู่กับการรักษาชื่อ เอกลักษณ์ และเรื่องราวของเชียงรายไว้
“เราไม่ได้อยากจะเป็นเชนทั่ว ๆ ไป เราอยากเก็บเอกลักษณ์ที่เป็นของเราเอง มีชื่อของเราเอง และบ่งบอกเรื่องราวของคนเชียงรายเอง” นางสาวอังคณากล่าว และว่า Curio Collection by Hilton จึงตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยการรักษาเอกลักษณ์ของโรงแรมควบคู่กับมาตรฐานและระบบของฮิลตัน
นางสาวอังคณากล่าวอีกว่า การดึงเชนระดับโลกเข้ามาบริหารสะท้อนศักยภาพตลาดโรงแรมเชียงราย ซึ่งปัจจุบันยังมีเชนต่างประเทศไม่มาก ขณะที่โรงแรมส่วนใหญ่เป็น Local Brand ทั้งนี้ เชียงรายยังมีศักยภาพจากทำเลและการเชื่อมโยงกับจีน ประกอบกับพื้นที่ริมน้ำกว่า 80 ไร่ในตัวเมืองซึ่งหาได้ยาก จึงมองว่าการเข้าสู่เครือข่ายโรงแรมระดับสากลจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น
ขายประสบการณ์ล้านนา
นางสาวอังคณากล่าวต่อไปอีกว่า แนวคิดหลักไม่ได้ต้องการยืนอยู่กับอดีต แต่ต้องนำ Legacy ของครอบครัวและโรงแรมเดิมมาสร้างสิ่งที่ร่วมสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยออกแบบพื้นที่ให้มีลักษณะเหมือนบ้านรับรองของตระกูลคหบดี แขกที่เข้าพักจึงถูกวางบทบาทเสมือนแขกที่มาเยือนบ้าน
ความเป็นล้านนาถูกนำมาใช้ตั้งแต่สถาปัตยกรรม งานศิลปะ งานทอและงานหัตถกรรม ไปจนถึงวิธีต้อนรับ เช่น การตีกลองสะบัดชัย ขณะที่โรงแรมพยายามเชื่อม Local Touch เข้ากับมาตรฐานบริการของ Hilton ตั้งแต่เช็กอินจนเช็กเอาต์ เช่น eForea Spa ที่นำศาสตร์ “ตอกเส้น” แบบล้านนามาใช้ รวมถึงฟิตเนส สระว่ายน้ำ กิจกรรมปั่นจักรยาน และคลาสทำอาหารล้านนา เพื่อเชื่อมประสบการณ์ภายในโรงแรมเข้ากับวัฒนธรรมและวิถีท้องถิ่น
“โรงแรมคหวดี เชียงราย คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน เชื่อมโยงธุรกิจกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบจากเชียงราย อาทิ เซรามิก แก้ว ชา กาแฟ และวัตถุดิบอาหาร รวมถึงจ้างพนักงานในพื้นที่เป็นหลัก พร้อมเปิดพื้นที่ให้งานศิลปะและหัตถกรรมล้านนาเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ”
จับเทรนด์การท่องเที่ยวโลก
ด้าน นายอเล็กซานดรา เมอร์เรย์ รองประธานระดับภูมิภาคและหัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือ Hilton กล่าวว่า เชียงรายสอดรับทิศทางการท่องเที่ยวโลกที่นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับท้องถิ่น โดยข้อมูล Oxford Economics ระบุว่า นักเดินทางกว่า 72% เลือกใช้จ่ายกับกิจกรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะ Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะตัวและวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งผลให้เมืองรองได้รับความสนใจจากแบรนด์โรงแรมระดับโลกมากขึ้น
ทั้งนี้ พบว่าหลังเปิด Soft Opening ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โรงแรมคหวดี เชียงราย คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน มีผู้เข้าพักแล้วกว่า 2,000 ราย และห้องพักเต็มแทบทุกสุดสัปดาห์ สะท้อนดีมานด์ที่พักระดับดังกล่าวในเชียงราย
เดินหน้าปรับสินทรัพย์เดิม
นางสาวอังคณากล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมของครอบครัวด้วยว่า ครอบครัวยังให้น้ำหนักกับการยกระดับสินทรัพย์ที่มีอยู่ และในฐานะที่เป็นเจเนอเรชั่น 3 มีแผนทยอยปรับปรุงโรงแรมเดิมให้ดีขึ้นต่อเนื่อง เช่นกรณีของการดึงเชนฮิลตันเข้ามาช่วยบริหารโรงแรมคหวดี เชียงราย ครั้งนี้ถือว่าเป็นมากกว่าโครงการรีโนเวตโรงแรมเก่า
แต่เป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจครอบครัวจากโมเดลโรงแรมท้องถิ่นที่บริหารเอง ไปสู่การใช้เครือข่ายแบรนด์ระดับโลกมาเป็นเครื่องมือยกระดับสินทรัพย์ โดยยังคงใช้เรื่องราวและซัพพลายเชนท้องถิ่นเป็นจุดขายหลัก