“พิพัฒน์” ตรวจความพร้อม M6 บางปะอิน–ปากช่อง เปิดวิ่งฟรีทุกสุดสัปดาห์ เริ่มเที่ยง 21 ส.ค.นี้ ชูเส้นทางใหม่สู่อีสาน หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว กำชับ “สะดวก ปลอดภัย” ก่อนเปิดใช้ฟรีตลอดสายรับปีใหม่ 2570 ดีเดย์ เม.ย. เริ่มเก็บค่าผ่านทาง คิดตามระยะทาง รถ 4 ล้อสูงสุด 240 บาท
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมโครงการมอเตอร์เวย์ (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดทดลองใช้ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 12.00 น. ของวันศุกร์ถึง 24.00 น. ของวันอาทิตย์
เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2569 หลังจากนั้นจะเปิดตลอดสายและ 24 ชั่วโมงทุกวันทั้งสองทิศทาง เมื่องานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% และพร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบเก็บค่าผ่านทางในเดือนเมษายน 2570
“ระหว่างช่วงทดลองใช้นี้จะอนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ และมีจุดพักรถและห้องน้ำให้บริการชั่วคราว 2 แห่ง คือ ทับกวาง และสีคิ้ว และหลัง 25 ธันวาคมจะทยอยเพิ่มจุดบริการ“
นายพิพัฒน์กล่าวว่า จุดพักรถในเส้นทาง M6 มีทั้งหมด 15 แห่ง ทั้งไปและกลับ ขณะนี้อยู่กระบวนการคัดเลือกเอกชนพัฒนาโครงการ ซึ่งได้เอกชนที่จะมาดำเนินการแล้ว จะเซ็นสัญญาเดือนกุมภาพันธ์ 2570 คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2572
“มอเตอร์เวย์ M6 เป็นสายทางเชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด จากอยุธยา เข้าสระบุรี และปลายทางที่นครราชสีมา ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้อย่างมาก คาดว่าช่วงบางปะอิน-ปากช่องที่เราจะเปิดทดลองใช้นี้ จะช่วยแบ่งเบาจราจรถนนมิตรภาพได้กว่า 30% โดยคาดการณ์ว่าทุกวันศุกร์-อาทิตย์ จะรองรับปริมาณรถได้ราว 100,000 คันต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 300,000 คันในช่วงหยุดยาว”
นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้จะเป็นทางเลือกใหม่ควบคู่กับถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง แบ่งเบาปริมาณการจราจร และลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ โดยถนนเส้นนี้มีประโยชน์เรื่องการเดินทางที่เร็วขึ้น และจะทำให้กรุงเทพฯ กับภาคอีสานใกล้กันมากขึ้น เชื่อมผู้คน เชื่อมการค้า และเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง
โดยเฉพาะช่วงปากช่อง-ลำตะคองที่มีภูมิประเทศและทัศนียภาพสวยงาม การเดินทางในวันหยุดจะสะดวกขึ้น ประชาชนสามารถออกจากกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยว รับประทานอาหาร หรือเดินทางต่อไปยังนครราชสีมาและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า กรมทางหลวงจะเร่งประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำจุดขึ้น-ลง ทางแยกต่าง ๆ และจะมีระบบและกล้องตรวจจับความเร็วร่วมกับตำรวจทางหลวงตลอดเส้นทาง
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ความคืบหน้าภาพรวมโครงการงานก่อสร้างโยธามีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 99.37 จากทั้งหมด 40 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 38 สัญญา เหลือ 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4 และสัญญาที่ 21 โดยตั้งเป้าให้งานโยธาทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
ส่วนงานออกแบบและก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ระบบควบคุมและบริหารจัดการจราจร ระบบอำนวยความปลอดภัย และอาคารควบคุมต่าง ๆ ซึ่งดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) มีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 92.32
โดยกรมทางหลวงจะเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน เพื่อรองรับการเปิดทดลองให้บริการตลอดสายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 และเตรียมเข้าสู่การให้บริการเต็มรูปแบบและจัดเก็บค่าผ่านทาง ภายในเดือนเมษายน 2570 ต่อไป
“วันที่ 25 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่เปิดมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นคราชสีมา ได้ทุกวันครบตลอดสาย ถือว่าเป็นการก่อสร้างครบสมบูรณ์ 100% โดยใช้เวลาก่อสร้าง 10 ปีพอดี”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดพักรถมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นคราชสีมา ระยะทาง 196 กม. กรมทางหลวงเปิดประมูล 2 สัญญา มีทั้งหมด 15 แห่ง วงเงิน 2,019 ล้านบาท แบ่งเป็นสัญญาที่ 1 จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ วังน้อย ขาออกไปนครราชสีมา กม.5, วังน้อย ขาเข้าไปบางปะอิน กม.3, หนองแค ขาออกไปนครราชสีมา กม.26, หนองแค ขาเข้าไปบางปะอิน, สระบุรี ขาออกไปนครราชสีมา, สระบุรี ขาเข้าไปบางปะอิน, ทับกวาง ขาเข้าไปบางปะอิน, ปากช่อง ขาเข้าไปบางปะอิน
สัญญาที่ 2 มี 7 แห่ง ได้แก่ ทับกวาง ขาออกไปนครราชสีมา, ปากช่อง ขาออกไปนครราชสีมา, ลำตะคอง ขาออกไปนครราชสีมา, สีคิ้ว ขาออกไปนครราชสีมา, สีคิ้ว ขาเข้าไปบางปะอิน, ขามทะเลสอ ขาออกไปนครราชสีมา, ขามทะเลสอ ขาเข้าไปบางปะอิน
สำหรับอัตราค่าผ่านทาง จะเริ่มเก็บเดือนเมษายน 2570 เป็นการเก็บตามระยะทาง
รถยนต์ 4 ล้อ ค่าแรกเข้า 10 บาท เก็บเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 1.25 บาทต่อ กม. สูงสุดตลอดสาย 240 บาท
รถยนต์ 6 ล้อ ค่าแรกเข้า 16 บาท เก็บเพิ่มขึ้น ตามระยะทาง 2 บาทต่อกม. สูงสุดตลอดสาย 380 บาท
รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ ค่าแรกเข้า 23 บาท เก็บเพิ่มขึ้นตามระยะทาง 2.88 บาทต่อ กม. สูงสุดตลอดสาย 550 บาท
มีด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 แห่ง
ด่านบางปะอิน
ด่านวังน้อย
ด่านหินกอง
ด่านสระบุรี
ด่านแก่งคอย
ด่านมวกเหล็ก
ด่านปากช่อง
ด่านสีคิ้ว
ด่านขามทะเลสอ