บูม‘รับเบอร์ ซิตี้’ ‘สุริยะ’เสนอขยายท่าเรือสงขลารองรับ

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เดินทางไปเยี่ยมชม นิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ ซิตี้) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาบนเนื้อที่ รวม 1,248 ไร่ และโครงการนิคมอุตสาหกรรมสงขลา ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ อ.สะเดา จ.สงขลา รวม 629 ไร่

นายสุริยะกล่าวว่า หลังจากการตรวจเยี่ยมรับเบอร์ซิตี้และพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่ารับเบอร์ซิตี้ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนักส่วนหนึ่งมาจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ส่วนหลักคือ ท่าเรือสงขลาที่มีขนาดเล็ก ทำให้ไม่มีศักยภาพในการขนส่งทางเรือมากนัก อีกส่วนคือไม่มีท่อก๊าซธรรมชาติ ดังนั้นวันที่ 15 ตุลาคม 2562 นี้ จึงเตรียมหารือกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถึงความเป็นไปได้ในการปรับปรุงท่าเรือสงขลาให้เป็นท่าเรือน้ำลึก รับการขนส่งทางเรือ และหารือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ถึงความเป็นไปได้การก่อสร้างท่อก๊าซฯเข้าไปภายในรับเบอร์ ซิตี้

“ยอมรับว่าการเลือกทำเลของรับเบอร์ซิตี้ไม่ค่อยเหมาะสม น่าห่วงนะ แต่ตอนนี้เปิดดำเนินการแล้วต้องเดินหน้าต่อไปให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ แต่กรณีท่าเรือ และท่อก๊าซฯที่เป็นปัญหาสำคัญของพื้นที่ที่ควรแก้ไขโดยด่วน ดังนั้นจะเร่งหารือ ส่วนจะเห็นความชัดเจนเมื่อไรยังตอบไม่ได้ ขอหารือก่อน มั่นใจว่าจะได้รับการแก้ไขจากทุกกระทรวง เพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือ ยกระดับความเจริญในพื้นที่ผ่านการลงทุน เพราะจะทำให้เกิดการจ้างงาน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่”นายสุริยะกล่าว

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องท่าเรือสงขลาที่มีขนาดเล็กเกินไปแม้จะอยู่ใกล้เพียง47 กิโลเมตร (กม.) ถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด โดยปัจจุบันท่าเรือที่รองรับได้คือ ท่าเรือปินัง ประเทศมาเลเซีย เป็นท่าเรือน้ำลึก ขนาดใหญ่ของประเทศ แต่อยู่ไกลจากนิคมฯถึง 200 กม. จึงทำให้เกิดต้นทุนในการขนส่งอยู่ดี

อีกประเด็นคือ ปัญหาท่อก๊าซฯต้องให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามาลงทุน ซึ่งปัญหานี้มีการสะท้อนมาระยะหนึ่งแล้ว นอกจากนี้อุปสรรคของพื้นที่ยังมีเรื่องปัญหาการข้ามแดนบริเวณด่านสะเดา ที่ยังไม่ได้ความสะดวกมากนักปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน ปัญหานวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีกลุ่มนักลงทุนจากหลายประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย และไต้หวัน แสดงความสนใจในการเข้ามาใช้พื้นที่ เพื่อขยายการลงทุน ในรับเบอร์ซิตี้ ที่กำหนดเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมรวม629 ไร่ และปัจจุบันมีนักลงทุนเข้าลงทุนแล้ว4 ราย ใช้พื้นที่กว่า 62 ไร่ โดยตั้งโรงงานผลิตในกลุ่มถุงมือยาง เครื่องนอนยางพาราและเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อาทิ โลจิสติกส์ นอกจากนี้ได้แบ่งพื้นที่โครงการโรงงานมาตรฐานให้เช่า 25 ไร่ สำหรับรองรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งปัจจุบันมีเอสเอ็มอีเข้าประกอบกิจการเต็มพื้นที่เรียบร้อยแล้ว กิจการประเภท ยางรองส้นเท้า รองเท้าแตะ กรวยยางจราจร

12/10/2562  แนวหน้า (12 ตุลาคม 2562)

Sponsors