โหมโรงประมูลจุดพักรถมอเตอร์เวย์ 3 สาย บิ๊กค้าปลีก-ค่ายน้ำมันแห่ลงทุนศรีราชา-บางละมุง

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

จุดพักรถมอเตอร์เวย์ - กรมทางหลวงเตรียมเดินหน้าประมูล PPP หาเอกชนมาพัฒนาโครงการจุดพักริมทางบนมอเตอร์เวย์ 3 สายใหม่ ในปีนี้จะเริ่มสายชลบุรี-พัทยาและพัทยา-มาบตาพุด ที่บริเวณศรีราชาและบางละมุง เพื่อรองรับการเปิดบริการในปี 2563

กรมทางหลวงเร่งเครื่องมอเตอร์เวย์สายใหม่ เปิดใช้สมบูรณ์แบบ จ่อประมูลจุดพักรถ หลัง ครม.ปลดล็อกกฎกระทรวง ปีนี้ประเดิมสายตะวันออก ปักหมุดศรีราชา 100 ไร่ และบางละมุง 50 ไร่ เผยบิ๊กปั๊มน้ำมัน ค้าปลีก ทุกแบรนด์สนใจลงทุน ปีหน้าลุยต่อ 21 แห่ง สายบางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจน์ ดึงเอกชนร่วม PPP แลกสัมปทาน 30 ปี ดันปากช่องแลนด์มาร์กใหม่ จับตาขาใหญ่ผนึกต่างชาติชิงเค้กระบบเก็บเงิน 6.1 หมื่นล้าน นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติให้กรมดำเนินการพัฒนาที่พักริมทางได้ตามกฎกระทรวงกำหนดคุณลักษณะที่ยกร่างขึ้นมา กรมจะเร่งเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนตามขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

เร่งจุดพักรถศรีราชา-บางละมุง

พร้อมจะเปิดประมูลในปีนี้ คือ จุดพักรถที่ศรีราชาทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งละ 50 ไร่ รวม 100 ไร่ ในเส้นทางมอเตอร์เวย์พัทยา-ชลบุรี กม.ที่ 93+500 มูลค่าโครงการรวมที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท ส่วนจุดพักรถเส้นทางมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 เนื่องจากงานก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จและระบบเก็บเงินยังอยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชนมาดำเนินการในรูปแบบ PPP gross cost

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวอีกว่า สำหรับโครงการพื้นที่ศูนย์บริการทางหลวงและจุดพักรถในโครงการพัฒนาศูนย์บริการทางหลวง (service center) และจุดพักริมทาง (rest area) จะประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน ทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ลานจอดรถ สถานีบริการน้ำมัน ห้องน้ำ ร้านค้า และร้านอาหาร

โดยกรมจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 20-30 ปี ซึ่งเอกชนจะร่วมลงทุนและบริหารจัดการที่พักริมทาง โดยรัฐจัดหาพื้นที่ก่อสร้างและอนุญาตให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมทั้งจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางที่แวะพักเข้ามาใช้บริการ มีเงื่อนไขต้องเสนอผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่รัฐ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในรูปแบบค่าสัมปทานหรือส่วนแบ่งรายได้ตลอดอายุสัญญา

“จะเร่งประมูลในปีนี้ คือ จุดพักรถมอเตอร์เวย์พัทยา-ชลบุรี 100 ไร่ ใกล้ทางเข้าสวนเสือศรีราชา มีพื้นที่ว่างอยู่ฝั่งละ 50 ไร่ ให้เอกชนดำเนินการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และบริการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้ทางซึ่งจุดนี้จะมีสะพานลอยเดินเชื่อม 2 ฝั่งเข้าด้วยกัน จะใช้เวลาสร้าง 1 ปี ปลายปีนี้ประมูล เร่งสร้างปีหน้าและเปิดใช้ในปี 2564”

กลุ่มน้ำมัน-ค้าปลีกสนใจพรึ่บ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากการที่กรมได้เปิดรับทดสอบความสนใจเอกชน มีหลายกลุ่มธุรกิจที่แสดงความสนใจทั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน กลุ่มค้าปลีก เช่น ปตท. บางจาก เชลล์ พีที บ้านปู เซ็นทรัล เดอะมอลล์ คิงเพาเวอร์ สยามพิวรรธน์ ทีซีซีแลนด์ และผู้ประกอบการจุดพักรถบริเวณทางด่วนด่านประชาชื่น

“อีกจุดที่กำลังเร่งรัด คือ บริเวณบางละมุง พื้นที่ 50 ไร่ มารองรับการเปิดใช้มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด ที่อยู่ระหว่างดำเนินก่อสร้าง จะแล้วเสร็จในปี 2563 ซึ่งจุดนี้มีมูลค่าการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท”

ปีหน้าลุยมอเตอร์เวย์ 21 แห่ง

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบจุดพักรถในเส้นทางมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี มี 3 รูปแบบ คือ ที่พักริมทางหลวง (rest area) ขนาด 15 ไร่ สถานที่บริการทางหลวง (service area) ขนาด 20 ไร่ และศูนย์บริการทางหลวง (service center) ขนาด 50 ไร่ จะเปิดให้เอกชนร่วม PPP net cost ระยะเวลา 20-30 ปี ตั้งเป้าจะเปิดประมูลภายในปี 2563

โดยสายบางปะอิน-นครราชสีมา มี 15 แห่ง ได้แก่ วังน้อย 2 แห่ง, หนองแค 2 แห่ง, สระบุรี 2 แห่ง, ทับกวาง 2 แห่ง, ปากช่อง 2 แห่ง, ลำตะคอง 1 แห่ง, สีคิ้ว 2 แห่ง และขามทะเลสอ 2 แห่ง

ปางช่องแลนด์มาร์กใหม่

ซึ่งจุดพักรถที่ปากช่องมีพื้นที่ 50 ไร่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์บริการทางหลวงใหญ่ที่สุด ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน ทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ลานจอดรถ สถานีบริการน้ำมัน รองลงมาเป็นจุดพักรถสระบุรีและสีคิ้ว พื้นที่ 20 ไร่ พัฒนาเป็นสถานที่บริการทางหลวง ส่วนที่เหลือมีพื้นที่แห่งละ 15 ไร่ พัฒนาเป็นสถานีพักริมทาง ใช้เงินลงทุนแห่งละ 1,220 ล้านบาท คาดว่ามีรายได้เฉลี่ย 460 ล้านบาท/ปี มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 43,500 เที่ยวคัน/วัน

สายบางใหญ่-กาญจนบุรี มี 6 แห่ง ได้แก่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 2 จุด, อ.เมืองนครปฐม 2 จุด, อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี 2 จุด โดยจุดพักรถนครชัยศรีและนครปฐมพัฒนาเป็นสถานที่บริการทางหลวง ส่วนท่ามะกาพัฒนาเป็นที่พักริมทางหลวง เงินลงทุนแห่งละ 860 ล้านบาท คาดว่ามีรายได้เฉลี่ย 260 ล้านบาท/ปี มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 37,100 เที่ยวคัน/วัน

แห่ซื้อซองระบบมอเตอร์เวย์

นายอานนท์ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการขายซองประมูลการดำเนินงานและบำรุงรักษา (operation and maintenance : O&M) มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี รูปแบบ PPP gross cost ระยะเวลา 30 ปี มูลค่าโครงการ 6.1 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.-27 มี.ค. 2562 ณ วันที่ 22 มี.ค. มีเอกชนไทยและต่างชาติสนใจ 18 ราย

ประกอบด้วย 1.บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ซื้อ 2 โครงการ 2.บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ซื้อ 2 โครงการ 3.บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ซื้อ 2 โครงการ

4.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซื้อ 2 โครงการ 5.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ซื้อ 2 โครงการ 6.บมจ.ชีวิลเอนจีเนียริ่ง ซื้อ 2 โครงการ 7.บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ซื้อ 2 โครงการ

8.บมจ.สี่แสงการโยธา (1979) ซื้อ 2 โครงการ 9.บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซื้อ 2 โครงการ 10.บมจ.ช.การช่าง ซื้อ 2 โครงการ 11.Metropolitan Expressway Company Limited จากญี่ปุ่น ซื้อสายบางปะอิน-โคราช 12.Japan Expressway Internatioal Company Limited จากประเทศญี่ปุ่น ซื้อสายบางปะอิน-โคราช

13.Far Eastern Electronic Toll Collrction Coltd ซื้อ 2 โครงการ 14.บมจ.ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จากประเทศจีน ซื้อ 2 โครงการ 15.บมจ.ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น ซื้อ 2 โครงการ 16.Vinci Concessions จากประเทศฝรั่งเศส ซื้อ 2 โครงการ 17.บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ซื้อ 2 โครงการ และ 18.บมจ.มารุบินี จากประเทศญี่ปุ่น ซื้อสายบางใหญ่-กาญจนบุรี

“ทั้ง 2 โครงการ รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนก่อสร้างรวมถึงรายได้ทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยเอกชนได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินค่าก่อสร้างระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ค่าบำรุงรักษา และค่าบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมรวมทั้งงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด กรอบวงเงินการร่วมทุนไม่เกิน 61,038 ล้านบาท”

จ้าง 30 ปี 6.1 หมื่นล้าน

การลงทุนโครงการมี 2 ระยะ ระยะที่ 1 เอกชนออกแบบ ลงทุนก่อสร้างงานระบบและอื่น ๆ โดยบางปะอิน-โคราช ลงทุน 7,965 ล้านบาท บางใหญ่-กาญจนบุรี 6,089 ล้านบาท ระยะที่ 2 เอกชนจะจัดเก็บค่าผ่านทางและบำรุงรักษาตลอด 30 ปีรายได้ค่าผ่านทางจะนำส่งคลัง โดยจ่ายค่าจ้างให้เอกชนเป็นรายปี มีค่างานระบบ ค่าบำรุงรักษาของบางปะอิน-นครราชสีมา ไม่เกิน 33,258 ล้านบาท ส่วนบางใหญ่-กาญจนบุรี 27,828 ล้านบาท รวม 2 โครงการ 61,086 ล้านบาท เอกชนที่เสนอระบบที่ดีที่สุดและราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ชนะประมูล

คาด 6 รายยื่นซอง 27 มิ.ย.นี้

“จะเปิดรับข้อเสนอ 27 มิ.ย.นี้ จากนั้นเดือน ก.ค.-ธ.ค. จะพิจารณาข้อเสนอเอกชน และต่อรองสัญญา และเสนอขออนุมัติพร้อมลงนามสัญญาร่วมทุน ในเดือน ธ.ค. 2562 เริ่มดำเนินการในปี 2563 ใช้เวลาดำเนินการ 3 ปี แล้วเสร็จในปี 2565”

รายงานข่าวแจ้งว่า คาดว่าจะมีเอกชนเข้าร่วมยื่นซองประมูลประมาณ 5-6 ราย อาทิ 1.BEM ร่วมกับ บมจ.ช.การช่าง 2.BTS ร่วมกับ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง และอาจจะมีบริษัทต่างชาติร่วมจากฮ่องกงและยุโรป 3.โทลล์เวย์ จะร่วมกับรัฐวิสาหกิจจากญี่ปุ่น 4.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จะร่วมกับจีนและสิงคโปร์ 5.บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จะร่วมกับจีนและสิงคโปร์ 6.รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนจากจีน

อีกกลุ่มน่าจะเป็นกลุ่ม บมจ.เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม (เครือ ซี.พี.) ซึ่ง ณ วันที่ 25 มี.ค. ยังไม่มีชื่อซื้อซอง แต่ที่ผ่านมาก็ออกข่าวสนใจจะเข้าร่วมประมูล โดยจะร่วมกับบริษัท วินซี จากฝรั่งเศส

นายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ผู้รับสัมปทานโทลล์เวย์ กล่าวว่า บริษัทซื้อทีโออาร์ประมูล 2 โครงการอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด จะต้องร่วมทุนกับต่างชาติด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นโครงการที่น่าสนใจจะสามารถต่อยอดกับโทลล์เวย์ได้ โดยเฉพาะสายบางปะอิน-โคราช ซึ่งบริษัทสนใจจะลงทุนสร้างส่วนต่อขยายโทลล์เวย์จากรังสิต-บางปะอินในอนาคต

29/3/2562  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (29 มีนาคม 2562)

Sponsors