ฮิลตัน รุกเอเชีย ฉลองสู่ปีที่ 100 ขยาย6แบรนด์รร.ในไทย

Hotel News / ข่าวหมวดโรงแรม

“ฮิลตัน” เป็นแบรนด์บริหารโรงแรมสัญชาติสหรัฐอเมริกา ติดอันดับท็อปไฟว์ของโลก และในปีนี้มีอายุครบ 100 ปีแล้ว ภายใต้การบริหารโรงแรมทั่วโลกมากถึง 17 แบรนด์ ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยอาจจะรู้จัก ฮิลตัน เพราะเข้ามาบริหารโรงแรมในไทยมาอย่างยาวนาน แต่สิ่งที่จะเห็นจากนี้คือ การนำแบรนด์ใหม่ๆ ของฮิลตัน เข้ามาปักธงในไทยมากขึ้น อ่านได้จากสัมภาษณ์ นายพอล ฮัทตัน รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮิลตัน 17แบรนด์คลุมทุกตลาด

ปัจจุบันฮิลตัน มีโรงแรมในเครือทั่วโลกมากกว่า 5,700 แห่งรวมกว่า 9.2 แสนห้อง ภายใต้ 17 แบรนด์ ครอบคลุมความต้องการของผู้เข้าพักทุกรูปแบบ และยังติดอันดับใน “The world’s most valuable brand” จาก Brand Finance Hotels 50 ranking โดยมีคะแนนมูลค่าของแบรนด์เติบโตถึง 41% คิดเป็นมูลค่าทั้ง 17 แบรนด์ในเครือฮิลตัน รวมกว่า 1.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รางวัลนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันผลสำเร็จด้านการดำเนินงานและการเติบโตทางธุรกิจของฮิลตันอย่างแท้จริง

เรามุ่งมั่นต้อนรับและตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ เรามีการประเมินสถาน การณ์ของตลาด เทรนด์ใหม่ๆ และฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่องเสมอมา เพื่อนำมาพัฒนาการบริการรองรับลูกค้าและตลาดใหม่ๆ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายหลากหลายระดับ ได้แก่ Curio Collection by Hilton, Canopy by Hilton, Tapestry, Tru by Hilton, Motto, LXR และ Signia รุกเอเชีย-อาเซียน ไตรมาสแรกปีนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ 100 ที่ยอดเยี่ยม ในตลาดเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีส่วนแบ่งตลาดในระดับพรีเมียม อยู่ที่ 116% รายได้ต่อห้อง (RevPAR) เฉลี่ยของโรงแรมที่ฮิลตันเป็นเจ้าของและบริหารในเอเชีย-แปซิฟิก มีการเติบโต 1.1% ในช่วงไตรมาสแรกของปี ขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมมีอัตราลดลง 2.2%

ฮิลตัน เป็นหนึ่งในเครือโรงแรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย 1 ใน 3 เป็นโรงแรมที่อยู่ ในเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ฮิลตันได้เปิดโรงแรมแห่งที่ 300 ของภูมิภาคนี้ และยังมีอีก 515 แห่งที่กำลังพัฒนาในเอเชีย-แปซิฟิก ในอาเซียน เรามีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว 39 แห่ง มากกว่า 12,000 ห้อง ใน 9 ประเทศ เรามีกลยุทธ์เพิ่มจำนวนให้เป็นเท่าตัวภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เนื่องจากการเพิ่มจำนวนของชนชั้นกลางที่เดินทางท่องเที่ยวในอาเซียน เราจึงได้ขยายแบรนด์ดับเบิลทรี? บาย? ฮิลตัน และฮิลตัน การ์เด้นท์ อินน์ ในภูมิภาคนี้

รวมถึงการแนะนำแบรนด์ใหม่และการขยายแบรนด์ที่มีอยู่แล้วในอาเซียน อาทิ การเปิดโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ในไทย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Luxury and Lifestyle ของฮิลตัน การเปิดตัวครั้งแรกในอาเซียนของ Curio Collection by Hilton แบรนด์โรงแรมที่มีคอนเซ็ปต์ในการส่งมอบประสบ การณ์แบบท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยเปิดให้บริการรีสอร์ต SAii Lagoon Maldives ในปีนี้

“ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่สำคัญของธุรกิจ โดยเรามีโครงการที่กำลังพัฒนามากกว่า 50 แห่ง ที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และไทยเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ที่ฮิลตันเข้าไปขยายธุรกิจ” เปิดรร.ใหม่5แห่งในไทย

สำหรับในไทยปัจจุบันฮิลตันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว 11 แห่ง (เรสซิเดนซ์ 2แห่งโรงแรม 9 แห่ง) ภายใต้ 4 แบรนด์ คือวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย โฮเทลแอนด์รีสอร์ท,คอนราด โฮเทลส์ แอนด์รีสอร์ท, ฮิลตัน โฮเทลส์ แอนด์รีสอร์ท และดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน โฮเทล แอนด์รีสอร์ท ในกรุงเทพฯ, ภูเก็ต, สมุย, หัวหิน, พัทยา และที่กำลังพัฒนา 7 แห่ง

ขณะที่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ฮิลตันมีเป้าหมายที่จะเปิดโรงแรม 5 แห่ง ซึ่งรวมถึง โรงแรมแบรนด์ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรมดับเบิ้ลทรี บายฮิลตัน กรุงเทพฯ เพลินจิต และโรงแรมดับเบิ้ลทรี บายฮิลตัน ภูเก็ต บ้านไทยรีสอร์ททั้ง 2 แห่งจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2562 การเปิดตัวโรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์ ภูเก็ต บางเทา ในปี 2563 การเปิดโรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์ ในปี 2565 ซึ่งเป็นส่วนของไอคอนสยาม โรงแรมคาโนปี บายฮิลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท ที่จะเปิดในปี 2565

ทั้งนี้การเปิดตัวแบรนด์ 2 แบรนด์ใหม่ในไทย อย่าง ฮิลตัน การ์เด้น อินน์ และคาโนปี จะทำให้ภายในปี 2565 ไทยมีโรงแรมภายใต้แบรนด์ฮิลตัน 6 แบรนด์ ซึ่งมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อาเซียน สถานการณ์ของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ดี เราตั้งใจว่าจะขยายธุรกิจและแบรนด์ของฮิลตันในไทยให้แข็งแกร่งในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

นอกจากนี้ฮิลตันยังมีการลงทุนกับนวัตกรรมทางดิจิทัลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความจงรักภักดีของกลุ่มเป้าหมาย เช่น การเปิดใช้บริการแอพพลิเคชัน Hilton Honors ซึ่งสามารถทำการเช็กอินผ่านแอพพลิเคชัน และเป็นกุญแจดิจิทัลได้ รวมถึงคอนเซ็ปต์ห้องพักแบบ Connected Room ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักที่รักเทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อกับ มุมอื่นๆ ของโลกได้อย่างสะดวกสบาย นี่คือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของฮิลตันเพื่อรองรับการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งฮิลตันยังคงให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่องในอีก 100 ปีข้างหน้า

21/6/2562  ฐานเศรษฐกิจ (21 มิถุนายน 2562)

พื้นที่โฆษณา