คอนโดฯผวา ฟองสบู่แตก ปี62หดตัวแรง21%

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปี 2562 คาดการณ์หดตัว 21% หรือ 1 ใน 5 ของตลาดทั้งที่เมื่อไตรมาสที่ 1 คาดว่าจะหดตัวเพียง 15%จากปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยฉุด กำลังซื้อผู้บริโภคลดลงอีกทั้งยังซํ้าเติมตลาด ด้วยมาตรการสินเชื่อใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ซํ้าร้ายเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ค่อนข้างอ่อนแอ ทำให้ความมั่นใจทั้งผู้บริโภคและดีเวลอปเปอร์ลดลงมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้อย่างไรก็ตาม นายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี ฟอร์เรียลเอส เตท แอฟแฟร์สฯ คาดการณ์ว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ของตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลน่าจะหดตัวอย่างแรงกว่า 21% ซึ่งมีนัยสำคัญเพราะหากผู้ประกอบการยังคงเปิดตัวโครงการออกมาจำนวนมากเหมือนเช่นปี 2561 ก็จะนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ได้“ถ้าหดตัวลงบ้างก็จะไม่เกิดภาวะฟองสบู่ และทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง”ทั้งนี้ สิ่งที่พึงระวังในปี 2562 คือการไม่เปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากจนเกินไปในแต่ละทำเลเสี่ยงการออกหุ้นกู้ที่มีดอกเบี้ยสูงจนเกินไป อาจทำให้เกิดการผิดชำระหนี้ได้ หรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ซึ่งในแง่หนึ่งอาจเป็นข้อดีในการเพิ่มอุปสงค์ แต่ในอีกแง่หนึ่งประชาชนจะเดือดร้อนเพราะราคาที่อยู่อาศัยจะเพิ่มขึ้นมากส่วนราคาวัสดุก่อสร้างแทบไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น ค่าแรงขั้นตํ่าก็คงไม่ได้เพิ่มมากขึ้น คงเป็นแค่การหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคเท่านั้นจากข้อมูลล่าสุดของศูนย์ข้อมูลพบว่าช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวน 86 โครงการ รวม 37,644 หน่วย รวมมูลค่า 148,964 ล้านบาทหรือเฉลี่ยหน่วยละ 3.957 ล้านบาท อย่างไรก็ตามปี 2561 มีหน่วยเปิดใหม่ 125,118 หน่วยมูลค่าการพัฒนา 565,811 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าราคาหน่วยขายเฉลี่ยในปี 2561 สูงถึง 4.215 ล้านบาท

ถ้านำข้อมูล 5 เดือนแรกมาพิจารณาเบื้องต้นโดยคูณด้วย 12 หารด้วย 5จะเห็นว่าจะมีโครงการเปิดตัวใหม่ในปี 2562 ประมาณ 90,346 หน่วย หดตัวกว่าปี 2561 ถึง 28% และมีมูลค่าการพัฒนาเพียง 357,514 ล้านบาท หรือหดตัวลงถึง 37% ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยก็ลดลงไป 9% การลดลงมากเช่นนี้เป็นเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลง แม้แต่โครงการราคาถูกๆก็ยังขายแทบไม่ออกอย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/2562 เป็นลักษณะเฉพาะที่มีโครงการราคาถูกเปิดตัวมามาก แต่หากเป็นในยามปกติ นายโสภณ คาดว่าราคาต่อหน่วยน่าจะเป็นเงิน 4.1 ล้านบาท หากใช้ราคาเฉลี่ยที่ 4.1 ล้านบาท และหากประมาณการจำนวนหน่วยขายในอีก7เดือนต่อมาน่าจะสูงกว่าใน 5 เดือนแรกอยู่ 15% ก็จะทำให้จำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ในปี 2562 น่าจะเพิ่มเป็น 98,251 หน่วย ทำให้จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดใหม่น่าจะลดลงเพียง 21%จากปี 2561 และทำให้มูลค่าการพัฒนาเพิ่มเป็น 402,828 ล้านบาท หรือลดลงกว่าปี 2561 29%นายโสภณสรุปตอนท้ายว่า หากเศรษฐกิจดีกว่านี้ก็จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีการเติบโตที่สูงกว่านี้ จึงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้หรือไม่

22/6/2562  ฐานเศรษฐกิจ (22 มิถุนายน 2562)

พื้นที่โฆษณา