ทุ่ม400ล.ผุดศูนย์‘อีอีซีไออี’ เฝ้าระวังมลพิษรองรับ8นิคมอุตสาหกรรม

Industrial News / ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม

กรอ.ทุ่ม 400 ล้านบาท ตั้งศูนย์อีอีซีไออี ดูแลเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม นํ้า อากาศ กากอุตสาหกรรม วัตถุอันตรายและความปลอดภัย มุ่งดูแลเป็นพิเศษในเขตนิคมอุตสาหกรรมหนาแน่น 8 แห่ง ในอีอีซี ชงของบ 12 ล้านบาท ศึกษาความเป็นไปได้นโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการเชิญชวนให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนใหม่ถึง 2.86 หมื่นไร่ ขณะที่ผ่านมามีพื้นที่ที่มีการลงทุนไปแล้วกว่า 1 แสนไร่ อยู่ในนิคมราว 31 แห่งในอีอีซีดังนั้น ด้วยความหนาแน่นของอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยจากภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปดูแล ซึ่งล่าสุดทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2563 ราว 10-12 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับโครงการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมในอีอีซี หรืออีอีซีไออีนายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ศูนย์แห่งนี้จะใช้งบดำเนินงาน 300-400 ล้านบาท จะต้องอยู่บนเนื้อที่ 163 ไร่ ภายในศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี เนื่องจากอยู่ใกล้หรือเป็นศูนย์กลางของที่ตั้งแหล่งอุตสาหกรรมที่มีความหนาแน่นทั้ง 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และมีนิคมอุตสาหกรรมกระจุกตัวอยู่จำนวนมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถเดินทางได้สะดวก

สำหรับศูนย์ดังกล่าวนี้ จะเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางด้านสิ่งแวดล้อม นํ้า อากาศ กากอุตสาหกรรม และวัตถุอันตราย และเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่มีสถานีตรวจวัดมลพิษเคลื่อนที่ รถฉุกเฉิน พร้อมเครื่องเก็บตัวอย่างที่ทันสมัย รวมถึงเป็นศูนย์รวมระบบบริการจัดการฐานข้อมูลของภาคอุตสาหกรรม โดยจะมีการตรวจติดตาม เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม ที่จะแบ่งขอบเขตงานเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านมลพิษ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และวัตถุอันตรายภาคอุตสาหกรรม และเป็นศูนย์ประชุม ฝึกอบรม แสดงนิทรรศการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำโครงการเพื่อของบประมาณกลางปี 2563 ราว 10-12 ล้านบาท จากงบทั้งหมดราว 300-400 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาข้อมูลเบื้องต้นถึงความเหมาะสมโครงการจัดตั้งศูนย์อีอีซีไออี และระยะที่ 2 จะเป็นการจัดตั้งศูนย์ที่จะมีการศึกษาออกแบบระบบฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ที่เหมาะสม ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการศูนย์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการออกแบบอาคารศึกษาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ เป็นต้น และระยะที่ 3 ระหว่างปี 2563-2564 จะของบประมาณเพื่อนำดำเนินงานก่อสร้างอาคารส่วนที่ 1 และระยะต่อไปจะเป็นการก่อสร้างอาคารศูนย์ประชุม ฝึกอบรม แสดงนิทรรศการและถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2566ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยให้การติดตามข้อมูลหรือการตรวจสอบพิสูจน์พยานหลักฐานและเอกลักษณ์ของสารเคมี วัตถุอันตราย กากอุตสาหกรรม นํ้าเสีย และมลพิษทางอากาศ ว่ามาจากแหล่งโรงงานใดมีความแม่นยํ้ามากขึ้น และยังนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ กำกับ ดูแล คาดการณ์ ประเมินผล และแจ้งเตือนภัย และสนับสนุนข้อมูลกรณีที่เกิดเหตุภาวะฉุกเฉิน

29/6/2562  ฐานเศรษฐกิจ (29 มิถุนายน 2562)

พื้นที่โฆษณา