อีอีซีจับมือZAEZ ปั้นอู่ตะเภา เป็นมหานครการบินภูมิภาค

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

อีอีซีจับมือสนามบินเจิ้งโจ ZAEZ ร่วมมือหลายด้านสร้างประโยชน์ร่วมกัน ตั้งเป้าหมายให้ สนามบินอู่ตะเภาเป็นมหานครการบินอาเชียน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กับคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษอากาศยานเจิ้งโจว (Zhengzhou Airport Economy Zone : ZAEZ) เพื่อนำความร่วมมือหลายด้านนับว่าสร้างประโยชน์ร่วมกันมหาศาล ทั้งการส่งออกสินค้าจากไทยผ่านไปยังจีนต่อไปยังยุโรป เมื่อสนามบินเจิ้งโจวเป็นมหานครการบินของเอเชียนตอนเหนือ ไทยตั้งเป้าหมายให้ สนามบินอู่ตะเภาเป็นมหานครการบินอาเชียน เพราะมีเป้าหมายพัฒนาเมืองการบิน 400 ตารางกิโลเมตรใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก เท่ากับพื้นที่ของ ZAEZ ซึ่งได้พัฒนาเมืองรอบสนามบินเหมือนกับไทย โดยในเดือนตุลาคมนี้เตรียมคณะเดินทางไปเยือนจีน มณฑลกวางตุ้ง เซินเจิ้น ฮองกง เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจตอนล่างของจีนมายังอาเซียนโดยผ่านไทย ทำให้ระบบโลจิสติกส์ครอบคลุมทั้งระบบราง ทางบก ทางเรือ การบิน เชื่อมจากจีนลงสู่อาเซียน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวการพัฒนาโครงส้รางพื้นฐานขนาดใหญ่ยังเดินหน้าต่อไปได้ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวว่า ความร่วมมือ MOU ทั้งสององค์กรในครั้งนี้ มุ่งความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ ในการพัฒนามหานครการบิน อาทิ การวางผังศูนย์กลางการบินและการเชื่อมโยง กลยุทธ์การคัดเลือกอุตสาหกรรม ความร่วมมือสถาบันการศึกษาด้านการบินการวางผังเมือง การท่องเที่ยวและงานวิจัย เป็นต้น การเชื่อมโยงด้านการบินครบวงจร ระหว่าง อีอีซี และ ZAEZ ความร่วมมือและการพัฒนาของอีอีซี และ ZAEZ เพื่อร่วมพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก ในพื้นที่ 6,500 ไร่ของสนามบินอู่ตะเภา และบวกกับรัศมี 30 กิโลเมตรรอบสนามบิน (พัทยา-ระยอง) หรือมีขนาด 400 ตารางกิโลเมตร เมื่อสร้างให้เป็นมหานครการบินภาคตะวันออก (Eastern Aerotropolis) จึงต้องนำประสบการณ์จากเจิ้งโจว ที่เป็นมหานครการบินในภาคกลางของจีน ขนาด 415 ตารางกิโลเมตร และเป็นมหานครการบินใหม่ของจีนเช่นเดียวกัน เมื่อนำมาเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองการบิน ในเขตพื้นที่ อีอีซี ของไทย คาดว่าเริ่มทำได้ 3 ปีข้างหน้า คาดว่าผลประโยชน์เกิดจากการร่วมพัฒนา สนามบินอู่ตะเภา จะรองรับการขนส่งสินค้า จาก ZAEZ ซึ่งเป็นศูนย์กลางนำเข้าสินค้าทางอากาศของจีน รองรับสินค้า ส่งออกสำคัญ เช่น ผลไม้ อาหารทะเล สัตว์ปีก สัตว์มีชีวิต อาหารสำเร็จรูป ยา อุปกรณ์การแพทย์ ทำให้ผลไม้จากพื้นที่อีอีซี จะถูกส่งไปยังจีน ผ่านระบบ E–Commerce สำหรับความร่วมมือการลงทุนในอุตสาหกรรมร่วมกัน เขต ZAEZ มีบริษัทด้าน IT และ Smart phone กว่า 60 ราย มีบริษัทเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ 36 บริษัท บริษัทธุรกิจด้าน E- Commerce 431 บริษัท บริษัทซ่อมเครื่องบิน 5 บริษัท จึงเตรียมดึงเอกชน กลุ่มดังกล่าวเข้ามาขยายการจลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ของไทย รวมไปถึงการ ความร่วมมือการพัฒนาบุคลากร นายคณิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อศาลได้ตัดสินการยื่นประมูลสร้างสนามบินอู่ตะเภาแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอขั้นตอนการอุทธรณ์ จากนี้ไปขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนพัฒนาสนามบินจะเร่ิมเดินหน้าต่อไปได้ คาดว่าในเดือนกันยายนจะสรุปผลการคัดเลือก จึงทำให้การพัฒนาคาร์โก้ เดินหน้าไปด้วย โดยไม่ต้องรอสนามบินก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วง 5 ปี ข้างหน้า เพราะระบบขนส่งสินค้าคาร์โก้เดินหน้าพัฒนาไปได้เลย โดยคาดว่าในช่วง 6 เดือนข้างหน้าความร่วมมือเพื่อพัฒนาจะเร่ิมเชื่อมโยงกันมากขึ้น ยอมรับว่า การพัฒนาเขต ZAEZ ของจีน ใช้เวลาเพียง 2 ปี ดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนได้เต็มพื้นที่นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงต้องใช้ประสบการณ์ดังกล่าวมาใช้กับเขตอีอีซีในการพัฒนามหานครการบิน ไม่ใช่เป็นเพียงการพัฒนาสนามบิน โดยความร่วมมือระยะแรกได้มีการตั้งทีมงานร่วมกันขึ้นขับเคลื่อนแล้ว ซึ่งจะศึกษาถึงการร่วมลงทุนของคลังสินค้าเป็นอันดับแรกก่อน คาดจะมีความชัดเจนภายใน 3 เดือนนี้นายหม่า เจี้ยน ผู้อำนวยการเขตเศรษฐกิจพิเศษอากาศยานเจิ้งโจว (ZAEZ) กล่าวว่า พร้อมร่วมมือกับไทยในการพัฒนาเขตอีอีซี โดยเฉพาะมหานครการบินภาคตะวันออก หลังจากเปิดให้บริการสนามบินมาได้ 3 ปี มีผู้โดยสารเดินทาง 25 ล้านคน และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น เมื่อเชื่อมโยงกับไทยจะช่วยกระจายสินค้าไปยังจีนทั่วประเทศ จึงพร้อมร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่

29/8/2562  ฐานเศรษฐกิจ (29 สิงหาคม 2562)

พื้นที่โฆษณา