"อธิรัฐ"ยังเชื่อ สรุป ทลฉ.เฟส3 ได้ในต.ค.-ลุ้นคำสั่งคุ้มครอง ด่านสุดท้าย

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

"อธิรัฐ"ยังเชื่อ สรุป ทลฉ.เฟส3 ได้ในต.ค. ลุ้นคำสั่งศาลปกครองกลาง หลัง กลุ่ม NCPยื่นคุ้มครอง ขณะที่สั่งเพิ่มสัดส่วนขนส่งทางรางเข้าทลฉ. เป็น 30% ยกระดับ เป็น Smart Port ทั้งหมด

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความ คืบหน้าโครงการประมูลท่าเทียบเรือแหลมฉบังระยะ3 ว่า ขณะนี้ทางกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี (NCP) ได้ใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ตัดสิทธิ์ ทางกลุ่ม NPC ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่าศาลมีคำสั่งคุ้มครองแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องรอคำตอบ หากศาลไม่ได้สั่งคุ้มครอง ทาง คณะกรรมการการคักเลือกฯ จะสามารถเจราจากับกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC และคาดว่าจะได้ข้อยุติในเดือนต.ค. เพื่อลงนามสัญญาต่อไป

ด้านเรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะฟังคำสั่งศาลปกครองว่าจะมีคำสั่งคุ้มครอง ตามที่กลุ่มกลุ่มกิจการร่วมค้าNPC ยื่นขอคุ้มครองหรือไม่ หากไม่สั่งคุ้มครอง จะสามารถดำเนินตามขั้นตอนต่อไปได้

ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอ ซองที่ 3 โดยจะต้องพิจารณาผลการชี้แจงของเอกชนว่าเป็นไปตามกรอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงจะต้องมีการต่อรองราคา ซึ่งเบื้องต้นในประเมินซองที่ 3 ผ่าน ประมาณ 82%

จากนั่น จะเข้าสู่ขั้นตอนเจรจาผลประโยชน์ตอบแทน (ซองที่ 4) ที่ให้แก่ กทท.เพิ่มเติม ต่อไป

แต่หากมีคำสั่งคุ้มครองจากศาลการท่าเรือฯก็จะต้องหยุดและฟังคำสั่งศาล

@สั่งเพิ่มสัดส่วนขนส่งทางรางเข้าท่าเรือ เป็น 30%

นอกจากนี้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ยังให้กทท.เร่งรัดการบริหารงานในส่วนของท่าเรืออื่นๆที่อยู่ในการดูแลของการท่าเรือนอกจากนี้ฯ เพื่อให้การบริหารงานมีกำไร และเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด

โดยเน้นเรื่องบูรณาการระหว่างการเชื่อมโยงขนส่งสินค้าทางน้ำ และทางราง เนื่องจากปัจจุบัน ปริมาณการขนส่งสินค้าด้ายระบบราง มายังท่าเรือ มีประมาณ7% เท่านั้น ซึ่งกทท. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะต้องร่วม มือกันเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ระบบราง เพิ่มขึ้นเป็น 30 %

เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ประหยัดเวลา และค่าพลังงานเชื้อเพลิง รวมถึงจะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งให้กับท่าเทียบเรือแหลมฉบัง

และเร่งรัด ให้ยกระดับเรื่องการเป็นท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่1 และ 2 เป็น Smart Port นำระบบ Aitomation มาใช้ในการให้บริการ ส่วน แหลมฉบัง ขั้นที่3 ออกแบบ เป็น Smart Port อยู่แล้ว

สำหรับ ทลฉ. เป็นท่าเรือชั้นนำอันดับหนึ่งของเอเชีย และติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก เพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตจากการขยายตัวตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและของโลกรองรับเรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญตามนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พัฒนา ทลฉ. ให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือและเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำไปสู่ทางราง ทางบก ในลักษณะไร้รอยต่อ (Seamless Transport) เพื่อลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างเป็นรูปธรรม

7/9/2562  MGR Online (7 กันยายน 2562)

ผู้สนับสนุน