ซีพี แอ็กซ์ตร้า ทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน เปิดตัว “แฮปปี้แทท” เติมเต็มไลฟ์สไตล์คนทุกเจนในย่านบางนา 21 ส.ค.นี้ ตั้งเป้าทราฟฟิกสูงสุด 80,000 คนต่อวัน อวดไฮไลต์ 3 อาคารค้าปลีกแห่งอนาคต จัดเต็มแสง สี เสียง ร้านค้า และพื้นที่กิจกรรม พร้อมต่อยอดทำเลศักยภาพ
นางสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA เปิดเผยว่า วันนี้ผู้บริโภคมองหาพื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิต และตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายมิติมากขึ้น
บริษัทฯจึงเดินหน้ายกระดับธุรกิจศูนย์การค้าผ่านแนวคิด Happy & Healthy Mall สร้างต้นแบบค้าปลีกแห่งอนาคตที่เชื่อมโยงอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ Multi-generation Lifestyle ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่มีความต้องการและรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน ให้สามารถมาใช้เวลา ทำกิจกรรม และสร้างช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันได้ในพื้นที่เดียว
กลายมาเป็น Happitat หรือแฮปปี้แทท มูลค่า 15,000 ล้านบาท บนทำเลบางนา กม.7 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ในฐานะ World’s First Happiness Destination
“เราตัดสินใจเลือกบางนาเพราะ 1.ใกล้สนามบิน 2.จุดเชื่อมไปทางตะวันออก มันเป็น Global Destination ได้ ลงเครื่องบินใช้เวลานิดเดียวแล้วก็จะมาถึงได้เลย และ 3.ข้าง ๆ ป่าที่เขาสร้างมาแล้ว 10 ปี มีไม้พันธุ์ เมล็ดพันธุ์จากทั่วประเทศ ทำเลอย่างนี้ไม่มีใครเหมือน และคัดลอกไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลา 10 ปีในการสร้าง ส่วนเป้าทราฟิกเราตั้งไว้ที่ 50,000 – 80,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทดสอบ Activity Field Society มาแล้วว่าเป็นไปได้”
นางสาวเบญจวรรณ ยังระบุอีกว่า เป้าหมายสำหรับการเช่าสำนักงาน (Occupancy Rate) ขยับจากเดิมที่ 80% เป็น 85% เนื่องจากมีผลตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีผู้เช่าหรือจองไปแล้วประมาณ 7.5 ชั้น จากทั้งหมด 10 ชั้น ส่วนมีร้านค้าในแฮปปี้แททมีจำนวนทั้งหมด 197 ร้าน ปัจจุบันเปิดไปแล้วกว่า 100 ร้าน และจะทยอยเปิดตัวเพิ่มในทุก ๆ เดือน
เปิดไฮไลต์ 3 อาคาร ต้นแบบค้าปลีกแห่งอนาคต
แฮปปี้แทท คือ Master Model หรือต้นแบบของ Destination Creation ที่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยการออกแบบ ผสานฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับพื้นที่และยกระดับประสบการณ์ของผู้คนให้ไปไกลกว่าการตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ประกอบด้วย 3 อาคารหลักต่างคาแรกเตอร์ ต่างบรรยากาศ
เริ่มต้นที่ “บลูมมินัส” ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ จำนวน 8 ชั้น พื้นที่กว่า 64,882 ตร.ม. ไฮไลต์ ได้แก่ 1.Axtra Club ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพและของคัดสรรจากทั่วมุมโลก และร้านอาหารเอ็กซ์คลูซีฟโดย Chef Willment Leong เชฟระดับโลก บนพื้นที่ชั้น 1 และ 2 เปิดให้บริการในไตรมาส 4/2569
2.Grand Stairs พื้นที่สำหรับการพบปะ พักผ่อน พร้อมเปิดให้สัมผัส Immersive Experience ผ่านคอนเทนต์ระดับโลกบนจอดิจิทัลภายในอาคารที่มีขนาดใหญ่และความละเอียดสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาด 385 ตร.ม. ยาวกว่า 50 เมตร
3.คาเฟ่และร้านอาหารหลากหลายสไตล์ที่ชั้น 3 และร้านเชฟมิชลิน VUUR BY JACOB JAN BOERMA, SING LANG โดยเชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน ซึ่งเป็นร้านใหม่ในเครือ Chim
4.เทคโนโลยีสุดล้ำและบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน บริเวณชั้น 4 พบกับ BANANA IT, BKK ACCESSORIES, FOCUS, IT CITY, MJ MONOWHEEL, TG, TRUE BRANDING SHOP, TRUESPHERE, VIVO, XIAOMI
และ 5.การฟื้นฟูร่างกาย ความงามและเวลเนส พบกับ LAB PHARMACY และ SARANG HAIR บริเวณชั้น 3 FLEX REHABS, SETAI EXCLUSIVE, HANA STUDIO, THE LOFT CLINIC และ WHANNE (Nail Spa) บริเวณชั้น 6
ต่อมา “วันเดอร์ไวลด์” อาคาร 5 ชั้น พื้นที่ 47,197 ตร.ม. ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ 1.Whimsical Market แลนด์มาร์กโลกแฟนตาซีอันมีชีวิต โดดเด่นด้วยต้นไม้มหัศจรรย์สูงเทียบเท่าอาคาร 3 ชั้น รายล้อมด้วยเหล่าคาแรกเตอร์ที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต พร้อมการแสดงแสง สี เสียง โดยมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขนมหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่ง
2.LOTUS’S EATERY บริเวณชั้น B1 ศูนย์รวมความอร่อยที่รังสรรค์ทุกมื้อให้พิเศษกว่าที่เคย เต็มอิ่มกับเมนูคาวหวาน กว่า 30 ร้านค้า 300 เมนู จากร้านอาหารชื่อดังและร้านที่ได้รับสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ มาไว้ในพื้นที่เดียว
3.Edutainment Zone บริเวณชั้น 5 พื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อมต่อระหว่างวันเดอร์ไวล์ดและบลูมมินัส รวบรวม สถาบันการเรียนรู้และเสริมทักษะชั้นนำ 4.Family Play Time พื้นที่แห่งการเล่นและการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว ตั้งแต่สนามเด็กเล่นแบบ Indoor ในตัวอาคาร ไปจนถึงลานกิจกรรมและอีเวนต์ 5.Amphitheatre พื้นที่กลางแจ้งอันร่มรื่นบริเวณด้านนอก พร้อมรองรับการแสดง กิจกรรมสร้างสรรค์ และอีเวนต์หลากหลายรูปแบบ
และ 6.The Hilltop Offices อาคารสำนักงานสูง 10 ชั้น บนพื้นที่กว่า 24,243 ตร.ม. ที่นำแนวคิดเรื่องความสุขและคุณภาพชีวิตมาสู่การทำงาน ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว ภายใต้เป้าหมายมาตรฐาน LEED Gold และ WELL Gold
สุดท้าย “เฟสตี้ ทาวน์” อาคาร Semi-Outdoor เปิดรับแสงธรรมชาติ รวบรวมความบันเทิง ร้านค้า และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ พร้อมอีเวนต์ การแสดง และโชว์ที่หมุนเวียนสร้างสีสันตลอดทั้งปี
ไฮไลต์ ได้แก่ 1.ลูมิส เธียเตอร์ ฮอลล์ ความจุกว่า 400 ที่นั่ง พร้อมระบบแสง สี เสียง และเทคโนโลยี รองรับตั้งแต่การแสดง คอนเสิร์ต และโชว์ ไปจนถึงนิทรรศการ งานประชุม และอีเวนต์หลากหลายรูปแบบ 2.Lotus’s PRIV? Happitat บริเวณชั้น 1 ซูเปอร์มาร์เก็ตไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด Happy & Healthy ที่เปลี่ยนการซื้อของให้เป็นไลฟ์สไตล์ของการกินดี อยู่ดี และค้นพบสิ่งใหม่ ผ่านวัตถุดิบ อาหาร และสินค้าที่เลือกสรรมาอย่างตั้งใจ ผ่านหลากหลายโซน 3.7-Eleven บริเวณชั้น 1 มาในคอนเซ็ปต์รูปแบบใหม่ของประเทศไทยที่เป็น 1st Character Themed Store 4.ร้านคอนเซ็ปต์พิเศษและ Flagship Store บริเวณชั้น 2 แบรนด์ชั้นนำ รวมถึงร้านขายของขวัญและของที่ระลึก และร้านเชฟมิชลิน BULAN ของเชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน และ 5.Pet Us จุดหมายสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงที่รวบรวมทั้งสินค้าและบริการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร พร้อม Jerhigh Pet Park ขนาดกว่า 150 ตร.ม. พื้นที่กลางแจ้งสำหรับสัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่น ออกกำลังกาย และใช้เวลาร่วมกับเจ้าของ
ทั้งนี้ แฮปปี้แททเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569
พร้อมต่อยอดทำเลใหม่
นางสาวเบญจวรรณ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทฯมีแผนปรับปรุงสาขาเก่าทั่วประเทศ 60 สาขา จากปกติปีละ 20 สาขา และจะเปิดตัวโมเดลใหม่ 10 ตัวภายในปีนี้ นอกจากนี้ หากแฮปปี้แททประสบความสำเร็จในอนาคตอาจมีการขยับไปยังทำเลศักยภาพอื่น ๆ
“เราไปแน่นอน แต่ถ้าเราจะไปเหมือนแค่ไปสร้าง อย่าไปเลย เพราะมันจะไม่สำเร็จ และไม่ยั่งยืน เมื่อกี้ที่พูดถึงภูเก็ต เชียงใหม่ หรือบางนาก็ตาม เราต้องดูบทบาทตัวเองว่าเราจะไปเติมอะไร ไปเสริมอะไรที่ทำเลนั้นขาด อันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก”