info@icons.co.th 02-810-8892-6 IP: 216.73.216.203
TH EN
 ข่าวสาร

กทพ. เผยความคืบหน้า ‘สะพานเชื่อมเกาะสมุย’ คาดเริ่มสร้างปี 2572

ข่าวหมวดระบบขนส่ง 15 กันยายน 2568 36ครั้ง
กทพ. เผยความคืบหน้า ‘สะพานเชื่อมเกาะสมุย’ คาดเริ่มสร้างปี 2572

กทพ. เผยความคืบหน้าศึกษา โครงการสะพานสมุย อยู่ขั้นตอนการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาที่ประชุม ครม. คาดเริ่มสร้างในปี 2572

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 37+410 กม. ว่า ขณะนี้การดำเนินงานมีความก้าวหน้าอยู่ในขั้นตอน ศึกษาความเหมาะสมโครงการ และการจัดทำรายละเอียดเพื่อเตรียมนำเสนอ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป โดยรายงานที่จะจัดทำขึ้นจะครอบคลุมทั้งรูปแบบการลงทุน ต้นทุนการก่อสร้าง และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินงาน ในปี 2568-2569 จะเป็นขั้นตอนทั้งการศึกษาให้เสร็จ พร้อมสรุปผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรูปแบบการลงทุน เนื่องจากโครงการนี้เป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) จึงต้องใช้เวลามากกว่าการลงทุนปกติ คาดว่าภายในปี 2570 จะนำเสนอให้ ครม. เห็นชอบ และในปี 2572 จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี หากเป็นไปตามแผนคาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้ราวปี 2577

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า แม้โครงการนี้จะมีต้นทุนสูง เนื่องจากเป็นการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลซึ่งใช้งบประมาณมาก แต่หากมองในแง่ผลประโยชน์ระยะยาว ทั้งด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ย่อมคุ้มค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากเกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้อันดับสองของประเทศกว่าแสนล้านบาทต่อปี จึงเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ฝ่ายบริหารประเทศมั่นใจว่าโครงการนี้มีความจำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุด

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ประโยชน์หลักของโครงการนี้นอกจากการสนับสนุนภาคท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในเกาะสมุย เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลฝั่งได้ทัน เนื่องจากต้องรอเรือเฟอรี่หรือเฮลิคอปเตอร์ การมีสะพานเชื่อมจะทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น สามารถใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับต้นทุนชีวิตของประชาชน

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ด้านความปลอดภัยของโครงการ ตนยืนยันว่า โครงสร้างสะพานจะออกแบบให้รองรับทั้งแรงลม แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว และภัยธรรมชาติอื่น ๆ โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลที่ใช้มาแล้วกว่า 50 ปีในการก่อสร้างทางด่วนและโครงสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถทนทานต่อเหตุการณ์รุนแรงได้ นอกจากนี้ โครงสร้างสะพานยังเป็นแบบเสาชะรู่โปร่ง ไม่ขวางทางน้ำ หรือกระแสลม ทำให้มั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุคลื่นสึนามิหรือพายุรุนแรงแน่นอน

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการกระทบต่อการอนุรักษ์ปลาโลมาสีชมพูนั้น ตนยืนยันว่า โครงการดำเนินการตามขั้นตอนของคู่มือ EIA อย่างเคร่งครัด ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลาง ก็เท่ากับว่าโครงการมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และล่าสุด ทางทีมของmกทพ. และตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พบว่า จุดที่ปลาโลมาสีชมพูอาศัยอยู่นั้น ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่จะก่อสร้างสะพานโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม กทพ.จะดำเนินการศึกษาผลกระทบกระแสน้ำอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของสัตว์ทะเล รวมถึงชุมชนท้องถิ่น

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →
โฆษณา เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวงการก่อสร้าง ดูแพ็กเกจโฆษณา →