“อิมแพ็ค” ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ มุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านธุรกิจ การประชุม และความบันเทิง ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย และสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้เล่นระดับโลก ขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจในเครือ เผยมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่ง รวมกว่า 1,000 ห้อง ภายในปี 2571 ขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาสถานที่จัดงานสู่สถานที่จัดคอนเสิร์ตและความบันเทิงระดับโลก
นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 27 ปี บริษัทได้ปรับวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ มุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำของเอเชีย และศูนย์กลางระดับโลกด้านธุรกิจ การประชุม และความบันเทิง เพื่อเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
นายพอลล์กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการสถานที่จัดงาน แต่เป็น “ศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจ ความคิด และการเชื่อมโยงผู้คน” โดยวางเป้าหมายให้อิมแพ็คเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้คน อุตสาหกรรม และนวัตกรรมมาบรรจบกัน ผ่านนิทรรศการ การประชุมนานาชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และคอนเสิร์ตระดับโลก
“เราไม่ใช่เพียงเป็นสถานที่จัดงานเท่านั้น แต่คือพื้นที่ที่ผู้คนได้มาพบกัน อุตสาหกรรมได้เติบโต และแนวคิดใหม่ ๆ ได้ถือกำเนิดขึ้น วิสัยทัศน์ใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย และสร้างความแข็งแกร่งในฐานะผู้เล่นระดับโลก” นายพอลล์กล่าว และว่า
ตามแนวทางใหม่นี้ บริษัทได้กำหนดพันธกิจใหม่ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานด้วยความเป็นเลิศ โปร่งใส มืออาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยบริษัทมุ่งเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยชุมชน พร้อมสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
โดยตระหนักว่าบุคลากรคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในทุกระดับ และได้กำหนด “IMPACT Core Values” หรือค่านิยมหลักขององค์กร เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ได้แก่ 1.Innovative Mindset (นวัตกรรมคิดสร้างสรรค์) กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมความคิดใหม่ ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2.Partnership for Success (การร่วมมือเพื่อความสำเร็จ) เป็นทีม เป็นหนึ่ง เป็นพันธมิตร ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และความร่วมมือกับพนักงาน พันธมิตร และลูกค้า เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และ 3.Customer Trust (ความไว้วางใจจากลูกค้า) ให้ก่อน ให้ใจ ให้โอกาส สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวด้วยความเข้าใจ ความน่าเชื่อถือ และการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกค้าคือหัวใจของเรา เราต้องเข้าใจและใส่ใจ เพื่อสร้างความไว้วางใจ และคุณค่าที่มั่นคงในระยะยาว
“เรามั่นใจว่าหากทุกคนคิดอย่างสร้างสรรค์ ทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจ และรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างแท้จริง บริษัทจะสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายพอลล์กล่าว
นายพอลล์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันรายได้ของบริษัทมาจาก 4 เสาหลักทางธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่จัดงาน 2.ธุรกิจบริการจัดงานแสดงสินค้าและงานอีเวนต์มืออาชีพ 3.ธุรกิจโรงแรม และ 4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต บริษัทได้ดำเนินแผนการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์หลายด้าน
ประกอบด้วย 1.ขยายธุรกิจโรงแรม โดยมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่ง รวมกว่า 1,000 ห้องภายในปี 2571 และขยายต่อเนื่องสู่ 3,000-5,000 ห้อง เพื่อรองรับการจัดงานแสดงสินค้า ประชุมสัมมนาระดับนานาชาติในอนาคต 2.ขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเปิดสาขาใหม่ของ The Coffee Academics Thailand ที่ KINGSQUARE Community Mall และเปิดตัวร้านอาหารจีนระดับพรีเมี่ยม Xian Yuan ที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park)
และ 3.พัฒนาสถานที่จัดงาน โดยยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และจับมือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น ความร่วมมือกับ Live Nation เพื่อผลักดันให้ อิมแพ็ค อารีน่า เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและความบันเทิงระดับโลก
“ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ บริษัทจะเดินหน้าสร้างระบบนิเวศแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงธุรกิจและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์และศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตสู่ระดับโลก” นายพอลล์กล่าว
