"เมืองเหนือ" ร้อนฉ่า! ขาใหญ่ตะลุมบอน ทะลัก 324 โครงการ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ด้วยมนต์เสน่ห์เชิงนิเวศของจังหวัดทางภาคเหนือ จึงกลายเป็นขุมทองของนักลงทุน ทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ รองรับกำลังซื้อที่หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย

โดยเฉพาะเชียงราย จังหวัดติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา สปป.ลาว และใกล้กับจีน ขณะเดียวกัน รัฐยังพยายามผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคม การขนส่ง การค้าและการลงทุนหลายด้าน อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสำคัญ "เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ" สอดรับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 3 อำเภอ คือ แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ยิ่งส่งเสริมให้พื้นที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะด้านการพาณิชย์ การศึกษา ธุรกิจบริการ และธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่นับวันเริ่มมีความคึกคักโดดเด่น จากความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานพักระยะยาว ทั้งกลุ่มเจ้าของกิจการ แพทย์ พยาบาล พนักงานบริษัท และข้าราชการ กลายเป็นดีมานด์หลักของดีเวลอปเปอร์ ทั้งเจ้าถิ่นที่อาจได้เปรียบเรื่องต้นทุนที่ดิน รวมถึงรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กระโดดลงมาขยายทำเลอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเป็นการกระจายความเสี่ยงในตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว การเจาะทำเลต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ก็เป็นฐานสร้างรายได้ก้อนโตให้กับบริษัทได้เช่นกัน

ล่าสุด มีการจัดอันดับการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ภาคเหนือ จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงคราะห์ พบว่า 3 จังหวัด มาแรง ดีเวลอปเปอร์ส่วนกลางวิ่งเข้าพื้นที่ซื้อที่ดินขึ้นโครงการต่อเนื่อง ได้แก่ อันดับ 1 จ.เชียงใหม่ หัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่, อันดับ 2 เชียงราย เมืองชายขอบ และอันดับ 3 ทำเลจุดยุทธศาสตร์ 4 แยกอินโดจีน พิษณุโลก ซึ่งปัจจุบัน มีโครงการเปิดขายมากถึง 324 โครงการ จำนวนหน่วยไม่ตํ่ากว่า 20,000-30,000 หน่วย จากความโดดเด่นที่ยืนบนความแตกต่างอันหลากหลายของกิจกรรมหลอมรวมกันได้อย่างกลมกล่อม ทั้งการท่องเที่ยว เมืองท่า เมืองการค้าชายแดน และไข่แดงแห่งการลงทุน

นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ตลาดหลักจะเน้นการพัฒนาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหัวเมืองในภูมิภาคต่าง ๆ ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างยอดขายได้มากถึง 27% (จาก 3.33 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2561) โดยมีที่ดินรองรับการพัฒนาแล้วใน 20 จังหวัด สำหรับปัจจัยเลือกทำเล คือ พิจารณาจากกลุ่มหัวเมืองใหญ่, เมืองรอง และเมืองแห่งอนาคต

โดยเฉพาะภาคเหนือ บริษัทพัฒนาแล้ว 36 โครงการ เริ่มที่เชียงใหม่ 11 โครงการ และล่าสุด ที่เชียงราย ปัจจุบัน เปิดขายโครงการแรกบ้านเดี่ยว "ศุภาลัย พาร์ควิลล์ แม่กรณ์-เชียงราย" บนเนื้อที่ 86 ไร่ ราคา 2.85-10 ล้านบาท ใกล้สี่แยกแม่กรณ์ ทำเลยอดฮิตของเชียงราย โดยได้รับผลตอบรับดีเกินคาด คาดว่าไม่เกินกลางปี 2563 สามารถปิดการขายได้ โดยลูกค้า 50% เป็นคนเชียงราย อีก 20% คือ คนกรุงเทพฯ และ 30% จากเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง และเปิดโครงการต่อเนื่องในทำเลใกล้เคียงกัน ราคาเริ่มต้น 1.8 ล้านบาท 319 แปลง ส่วนปี 2562 ขยายทำเลไปยังนางแล-เชียงราย เพื่อขึ้นอีก 2 โครงการ

ด้าน บริษัท สินธานี พร็อพเพอร์ตี้ฯ บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในเชียงราย ระบุว่า แม้จะมีการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากค่ายใหญ่ แต่เชื่อว่า ลูกค้ายังมีความคุ้นชินกับโครงการที่สร้างจากคนในพื้นที่ ที่เปิดขายมา 11 โครงการ

ส่วน ค่ายแสนสิริ เจ้าตลาดในเชียงใหม่ มองว่า เชียงใหม่มีศักยภาพสูงและมีกำลังซื้อต่อเนื่อง

นายยศวัจน์ รุ่งคณาวุฒิ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.พิษณุโลก ระบุว่า ปัจจุบัน มีบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่เข้าพื้นที่ ได้แก่ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) และ ซี.พี.แลนด์ แต่ในสายตาผู้ประกอบการท้องถิ่นมองว่า ไม่น่ากระทบถาวร หากปิดการขายจะแยกย้ายไปทำเลอื่น

แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สะท้อนว่า ที่ผ่านมา รัฐเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างมาก เช่น รถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงของ เตรียมเวนคืนและก่อสร้าง อีกทั้งถนนวงแหวนตะวันออกและตะวันตก ทำให้ความเจริญแผ่ออกไปตามเส้นทางพื้นที่เชียงราย เช่นเดียวกับเชียงใหม่และพิษณุโลก อนาคตมีแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้ารางเบา จึงส่งผลดีต่อพื้นที่

10/3/2562  ฐานเศรษฐกิจ (10 มีนาคม 2562)

Sponsors