แนวรถไฟฟ้า "เขียว-นํ้าเงิน" ทำเลยอดฮิตต่างชาติ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

บิ๊กอสังหา ลุยต่อเนื่อง แนวรถไฟฟ้า 2 สายนํ้าเงิน-เขียว ชู "ห้วยขวาง-รัชดาฯ" เบอร์ 1 กำลังซื้อสูง ทั้งไทย-ต่างชาติ ทำเลตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีนํ้าเงินและสีเขียวยังเป็นที่นิยมของลูกค้า ทั้งไทยและต่างชาติ เลือกซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทยังเน้นในทำเลศักยภาพแนวรถไฟฟ้าสายหลัก "สีเขียวและสีนํ้าเงิน" เป็นหลัก เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่ขนาดใหญ่ ทั้งติดถนนและในซอย มีดีมานด์ของคนเมืองมหาศาล มีคนใช้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย รวมกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งมีตัวเลขย้อนหลังในการดูดซับดีมาก แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีซัพพลายในระดับราคาที่จับต้องมาตอบโจทย์ได้ครบถ้วน เพราะลูกค้ากลุ่มใหญ่ คือ วัยทำงาน 2 คน ช่วยกันกู้ โดยจุดแข็งของบริษัทไม่เน้นแข่งขันทำเลติดถนนกับรายใหญ่ ที่มีราคาแพง แต่ฝืนธรรมชาติ แต่โครงการที่อยู่ในซอย โดยมีขนาดและการออกแบบที่มีคุณภาพก็ใช้เป็นจุดแข็งได้

"ทำเลสายสีเขียวและสายสีนํ้าเงิน เปรียบเป็นกระดูกสันหลังของ กทม. แต่ละสถานีมีดีมานด์ เจาะลูกค้าได้ชัดกว่าสายที่กำลังจะสร้าง โปรดักต์กลุ่มใหญ่ที่ขาด คือ 3-5 ล้าน โดยเฉพาะย่านรัชดาฯ-ห้วยขวาง พบถูกลูกค้าต่างชาติค้นหาเป็นอันดับ 1 แต่ในภาพรวมมีความต้องการสูงทั้งคนไทยและคนต่างชาติ"

นายธนากร ยังกล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ในการช่วยสร้างรายได้และเสริมการเติบโตระยะยาวด้วย คือ ธุรกิจนายหน้าและตัวแทนขายอสังหาฯ สำหรับตลาดต่างประเทศ ผ่านบริษัทลูก บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด และธุรกิจลงทุน-ซื้ออสังหาฯ ที่สร้างเสร็จแล้วจากรายย่อยพัฒนาขายต่อทำกำไร ผ่าน บริษัท ไรส์ เวนเจอร์ จำกัด รวมถึงการจัดตั้งบริษัท นิติบุคคล ออลล์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด ด้วย ซึ่งทั้ง 3 ส่วน มีผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องและช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจหลักมีกำไรเติบโต จาก 11 ล้านบาท เมื่อปี 2559 ขยับมาอยู่ที่ 343 ล้านบาท เมื่อปี 2561

ซึ่งทั้งหมดถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่คาดว่าจะทำให้บริษัทก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 10 บริษัทชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า "อสังหาฯ ต้องแข่งขันกันตลอดเวลา โมเดลธุรกิจขณะนี้ คือ พยายามเข้าใจลูกค้าเชิงลึก โฟกัสลูกค้าอยู่จริง แม้ปีนี้น่าจะยาก แต่ต้องปรับไปตามสถานการณ์หลังบริษัทพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น"

ด้าน ค่ายออริจิ้นมีโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลรัชดาฯ เช่นเดียวกัน และขยายธุรกิจเสริมความแข็งแกร่งในรูปแบบหลากหลาย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า จากผลประกอบการที่เติบโตในปี 2561 และปี 2562 บริษัทยังคงเดินหน้ารักษาเสถียรภาพการเติบโตของธุรกิจคอนโดมิเนียมไว้ในระดับเดิม ควบคู่กับการกระจายการเติบโตไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งธุรกิจโครงการแนวราบ ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียน เช่น โรงแรมเซอร์วิสอพาร์ต เมนต์ ออฟฟิศ คอมมิวนิตีมอลล์ โครงการมิกซ์ยูส และธุรกิจบริการ ผ่านการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยกลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ จะค่อย ๆ มีบทบาทมากขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง-ยาว

17/3/2562  ฐานเศรษฐกิจ (17 มีนาคม 2562)

Sponsors