เริ่มแล้วขายซองชิงไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2 แสนล้าน

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

เปิดขายซองชิงดำประมูลรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซีมูลค่า 2 แสนล้านบาทวันแรก (18 มิ.ย.) “อุตตม” เชื่อมั่นเอกชนจะให้ความสนใจ ด้าน ปตท.ยังอุบท่าทีจับมือบีทีเอสร่วมซื้อซองหรือไม่ คาดมีประมาณ 4 กลุ่มลงทุน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันนี้ (18 มิ.ย.) จะมีการเปิดขายซองร่างขอบเขตการประมูล (ทีโออาร์) รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพมหานครและอีอีซี ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่าลงทุนประมาณ 200,000 ล้านบาท มั่นใจการดำเนินงานจะเป็นไปตามระยะเวลาที่วางไว้ และจะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนจากทั้งใน และนอกประเทศ

“วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเป็นวันแรกที่จะเปิดขายซอง โดยจะเปิดระหว่างวันที่ 18 มิ.ย.-9 ก.ค.นี้ ล่าสุดได้รับรายงานจากบอร์ดอีอีซีว่ามีผู้สนใจที่จะเข้าซื้อซองประมูลจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีทั้งนักลงทุนชาวไทย ชาวต่างชาติ และเป็นการรวมกลุ่มกันของนักลงทุนชาวไทยและนักลงทุนชาวต่างชาติที่สนใจ ส่วนจะมีกี่กลุ่มจะต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง” นายอุตตมกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้สนใจซื้อซองทีโออาร์ประมาณสี่กลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่มยุโรป เช่น ฝรั่งเศส และกลุ่มนักลงทุนเอเชีย เช่น จีน และญี่ปุ่น ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศบางส่วนอาจจะมารวมกลุ่มกับชาวไทย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีกลุ่มใดร่วมเป็นพันธมิตรกันบ้าง แต่เชื่อว่ามีนักลงทุนหลายกลุ่มสนใจเข้าร่วมการประมูลอย่างแน่นอน

แหล่งข่าวจาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด ปตท.) มีการหารือถึงประเด็นการซื้อซองทีโออาร์เพื่อเข้าประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ปตท.จะร่วมกับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC บริษัทย่อยของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ในการเข้าซื้อซองประมูล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจ แต่มีโอกาสที่จะร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญในการยื่นประมูล

“ขณะนี้ ปตท.เองมองธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เป็นเทรนด์อนาคตเพราะมองว่าระยะยาวการใช้น้ำมันจะถูกแทนที่ด้วยไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ารถไฟฟ้า รวมไปถึงยานยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ (เอนเนอร์ยีสตอเรจ) หรือกระทั่งธุรกิจไฟฟ้าที่จะเชื่อมโยงกับก๊าซธรรมชาติที่ ปตท.เป็นผู้จัดหารายใหญ่จะเป็นเทรนด์ในอนาคตมากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน ร.ฟ.ท.ได้กำหนดเวลาการขายเอกสารการคัดเลือกเอกชนในวันที่ 18 มิ.ย.-9 ก.ค. 61 ในเวลาทำการ ณ ห้องประชุมฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง โดยเอกสารจะขายชุดละ 1 ล้านบาท ร.ฟ.ท.จะจัดประชุมชี้แจงจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 23 ก.ค. 2561 และครั้งที่สอง 24 ก.ย. 2561 ที่สโมสรรถไฟชั้น 2 การรถไฟแห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านขั้นตอนดังกล่าวแล้ว ร.ฟ.ท.จะจัดให้ผู้ยื่นข้อเสนอไปดูสถานที่ก่อสร้างของโครงการวันที่ 24 ก.ค.นี้ และจะเปิดให้มีการส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชนในวันที่ 10 ก.ค.- 9 ต.ค. 2561 ในเวลาราชการ หลังจากนั้น ร.ฟ.ท.กำหนดเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอวันจันทร์ที่ 12 พ.ย. 2561 โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหลักประกันซองพร้อมกับการซื้อซองเอกสารข้อเสนอ มูลค่า 2,000 ล้านบาท และต้องชำระค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอให้แก่ ร.ฟ.ท.เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท ที่สำนักงานโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน และกำหนดให้เปิดซองผู้ยื่นข้อเสนอวันที่ 13 พ.ย. 2561

17/6/2561  MGR Online (17 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน