JLLระบุจีนซื้อคอนโดกทม.มากที่สุด

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

JLL เผยจีนคือ คือลูกค้าต่างชาติที่ซื้อคอนโดในกทม.มากที่สุด หลังพบครึ่งแรกปี61ลูกค้าต่างชาติที่ซื้อคอนโดในกรุงเพทฯ กว่า50% เป็นลูกค้าจีน ระบุผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เข้ามาทำงานและดำเนินธุรกิจในไทย ขณะที่ชาวจีนชาวต่างชาติที่เช่าพื้นที่สำนักงานในไทยมากที่สุดเป็นอันดับ3 เผยผลวิจัยพบเศรษฐีชาวจีน เริ่มให้ความสนใจซื้อคอนโดระดับลักษ์ชัวรี่ ซูเปอร์ลักษ์ชัวรี่ ใจกลางเมืองและริมน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลผู้ประกอบการอสังหาฯหันไปลงทุนพัฒนาโครงการระดับบนรองรับความต้องการลูกค้าเศรษฐีจีนตามไปด้วย

นางสาวนนท์รภัส พรสินคุณานนท์ หัวหน้าฝ่ายบริการธุรกิจที่พักอาศัย เจแอลแอล กล่าวว่า แม้รัฐบาลจีนจะยังคงใช้มาตรการคุมเข้มให้ประชาชนของตนนำเงินออกนอกประเทศได้ไม่เกินคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.6 ล้านบาทต่อปี แต่จากการสังเกตการณ์โดยบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มากที่สุด โดยประเมินว่าราว 50% ของชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เป็นผู้ซื้อชาวจีน

ทั้งนี้ ผู้ซื้อชาวจีนจำนวนมาก เป็นผู้ที่เข้ามาทำงานกับบริษัทจีนที่เปิดดำเนินธุรกิจในกรุงเทพฯ สอดคล้องกับรายงานการวิจัยของเจแอลแอล ชื่อ ‘China12: China’s Cities Go Global’ ที่มีการเผยแพร่ออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่บริษัทใหญ่ของจีนเข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจมากที่สุดเป็นอันดับ 10 ของโลก และเช่าใช้พื้นที่สำนักงานมากที่สุดเป็นอันดับ 3

“คอนโดที่ชาวจีนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ นิยมซื้อ เป็นห้องชุดสตูดิโอและห้องชุดขนาดหนึ่งห้องนอน ในทำเลย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 ราคาระหว่าง 1.5-3 ล้านบาท โดยทั่วไปผู้ซื้อชาวจีนกลุ่มนี้มักไม่มีปัญหากับมาตรการควบคุมการนำเงินออกจากจีน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาไม่สูงเกินเพดานที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมีธนาคารต่างชาติและสถาบันการเงินของไทยบางแห่งที่มีนโยบายปล่อยกู้ให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดในไทย”

นอกจากการซื้อเพื่ออยู่เองแล้ว มีชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่จำนวนมากที่ซื้อคอนโดในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการลงทุน และใช้เป็นที่พักในช่วงที่เข้ามาท่องเที่ยว สำหรับคอนโดที่ชาวจีนนิยมซื้อ ทั้งเพื่อลงทุน หรือใช้เป็นที่พักช่วงท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มีระดับราคาที่ประมาณ 6 ล้านบาทในทำเลย่านสุขุมวิท ขณะเดียวกันพบว่า มีเศรษฐีชาวจีนที่สนใจซื้อคอนโดกลุ่มลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ และทำเลริมน้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น

นางสาวนนท์รภัสกล่าวว่า แม้ของรัฐบาลจีนที่จำกัดปริมาณเงินที่ประชาชนสามารถนำเงินออกไปซื้ออสังหาฯนอกประเทศจะเป็นอุปสรรคสำแต่ยังคงมีวิธีการต่างๆ ที่ผู้ซื้อชาวจีนสามารถใช้ได้ อาทิ การใช้เงินที่มีอยู่ในต่างประเทศเพื่อซื้อ โดยเฉพาะนักธุรกิจจีนที่มีธุรกิจที่สร้างรายได้ในต่างประเทศ

"ณ สิ้นไตรมาสแรกของปีนี้ กรุงเทพฯ มีคอนโดในโครงการที่สร้างเสร็จแล้วรวม 524,000 ยูนิต ในจำนวนนี้ เป็นคอนโดระดับบน 46,000 ยูนิต โดยในไตรมาสที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยคอนโดใหม่ในกทม.ปรับเพิ่มขึ้น 8.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่พบว่า คอนโดระดับบนมีราคาเฉลี่ยปรับขึ้นเพียง 0.4% เนื่องจากการแข่งขันที่สูงจากการที่มีผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการในตลาดบนมากขึ้น"

ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ซื้อที่ดินแปลงสำคัญๆ จำนวนหนึ่งในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายที่ดินของสถานทูตอังกฤษโดยการร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์ในราคาราว 18,700 ล้านบาทซึ่งนับเป็นการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงสุดที่เคยมีมา การซื้อที่ดินที่ถนนหลังสวนโดยเอสซีแอสเสท ในราคาตารางวาละ 3.1 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นราคาซื้อขายที่ดินต่อตารางวาที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ ยังมีบริษัทพัฒนาคอนโดมิเนียมชั้นนำรายอื่นๆ อีกที่มีการซื้อที่ดินในทำเลชั้นดี ที่มีมูลค่าหรือราคาย่อมลงไป อาทิ ไรมอน แลนด์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์

ในบรรดาที่ดินเหล่านี้ คาดว่าจะมีหลายแปลงที่ถูกใช้สำหรับพัฒนาโครงการคอนโดระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ และมีความเป็นไปได้ว่าบางโครงการอาจสร้างสถิติราคาเสนอขายสูงสุดครั้งใหม่ให้กับตลาดคอนโดของกรุงเทพฯ

21/6/2561  MGR Online (21 มิถุนายน 2561)

ผู้สนับสนุน