คมนาคมสั่ง การรถไฟฯ-รฟฟท. เร่งหารือบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ สถานีดอนเมือง

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

คมนาคมสั่งการการรถไฟฯ-รฟฟท.เร่งหารือบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีดอนเมือง พร้อมมอบหมายรถไฟฯศึกษาการเปลี่ยนหัวรถจักรดีเซลเป็นระบบไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเกี่ยวกับการประชุมการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ว่า ในที่ประชุมก็ได้มีการหารือเรื่องที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เสนอมา โดยได้มีการเสนออนุมัติการเพิ่มภารกิจของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) และทางการรถไฟฯ ได้มีการเสนอให้ รฟฟท.บริหารจัดการสถานีบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ทุกสถานี ยกเว้น สถานีกลางบางซื่อ และสถานีดอนเมือง ซึ่งในที่ประชุมก็ได้มีความเห็นว่าในส่วนของสถานีดอนเมืองนั้น จะต้องมีการแบ่งส่วนว่าส่วนไหนจะเป็นการรถไฟฯ บริหาร และส่วนไหนจะให้ รฟฟท.เป็นผู้บริหาร เนื่องจากตัวชานชาลาแยกส่วนกัน โดยทางการรถไฟฯ ไม่ได้ขัดข้องในส่วนนี้

ทั้งนี้ ในส่วนการบริหารจะมีการให้ รฟฟท.บริหารจัดการองค์กรเอง ขณะที่การแบ่งผลตอบแทนรายให้กับการรถไฟฯ นั้น การรถไฟฯ และ รฟฟท.จะต้องไปหารือตกลงกันเองว่า จะมีการแบ่งรายได้เมื่อมีกำไรจำนวนเท่าไหร่ และจะเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรอบวงเงินตั้งต้นในการให้ รฟฟท.ไปบริหารจัดการองค์กรนั้น เบื้องต้นประมาณ 3,300 ล้านบาท ใน 5 ปี โดยการรถไฟฯ จะเป็นผู้ของบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งในปีแรกที่นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นจำนวน 989 ล้านบาท เป็นค่าอะไหล่ และค่าชดเชยการขาดทุนที่จากการประเมินคาดว่าจะขาดทุนในปีแรกประมาณ 300 ล้านบาท ด้านผู้แทนจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง มีการเสนอให้ทั้งการรถไฟฯ และ รฟฟท.กลับไปดูรายละเอียด เช่น เรื่องภาษีในแต่ละส่วน ว่าจะต้องอยู่ในบัญชีของหน่วยการใด และในเบื้องต้นก็ได้มีการดำเนินการไปแล้ว รวมถึงยังได้เห็นชอบเรื่องของอัตรากำลัง จำนวน 806 คน โดยหากจำนวนบุคลากรไม่เพียงพอ ก็สามารถดำเนินการในลักษณะอัตราจ้างชั่วคราวแทน

นอกจากนี้ มอบให้การรถไฟฯ จัดทำแผยการดำเนินการและจัดทำผลการศึกษาที่ชัดเจนในการเปลี่ยนระบบจากรถจักรดีเซลเป็นระบบไฟฟ้า เช่น ความเหมาะสม ความคุ้มทุน การลดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับเทคโนโลยีของรถไฟที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นต้น โดยได้มีการกำหนดเปลี่ยนหัวลากรถจักร โดยกำหนดไว้เบื้องต้น 2 จุด ได้แก่ สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี และสถานีรถไฟนครปฐม ที่ถือเป็นจุดที่รถไฟจะกระจายไปยังเส้นทางเหนือ อีสาน และใต้ ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดด้านกายภาพและรายละเอียดก่อนว่าจุดใดมีการให้บริการของขบวนรถไฟจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ทาง สนข.มีแผนแม่บทที่ได้ดำเนินการศึกษาการใช้ประโยชน์ในปี 2560 - 2564 ในการเปลี่ยนระบบรถดีเซลให้เป็นระบบรถไฟฟ้าที่ขณะนี้การรถไฟอยู่ระหว่างจัดทำร่างTOR เพื่อว่าจ้างที่ปรึกษา และในร่าง TOR นั้นจะต้องมีการระบุเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถไฟฟ้าและจะต้องสามารถรองรับได้ในอนาคต 5 - 10 ปีข้างหน้าด้วย ส่วนการจ้างที่ปรึกษานั้นก็คาดว่าจะได้ที่ปรึกษาอีก 2 เดือน และภายในเดือน มี.ค.2563 จะศึกษาเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นจะต้องทำโครงการเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ประกอบด้วย 1.การรถไฟฯได้จัดทำแผนบริหารความเสียง ซึ่งหาก รฟฟท.ไม่สามารถดำเนินการตามแผนหรือตัวชี้วัด ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ภายใน 5 ปี การรถไฟฯจะพิจารณาให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน 2. จัดทำแผนถ่ายโอนพนักงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ 3.จัดทำแผนการดำเนินการเพื่อจัดหารายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 4.ปรับการประมาณการค่าใช้จ่ายในช่วง 5 ปีแรกให้น้อยลง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานจริง 5.ปรับลดวงเงินในการจัดหาอะไหล่เริ่มต้น 6.ปรับความรับผิดชอบในการรับภาระดอกเบี้ยเงินทุนเริ่มต้นให้สอดคล้องกับรูปแบบการลงทุนจากการวางแผนทางการเงิน

6/8/2562  แนวหน้า (6 สิงหาคม2562)

ผู้สนับสนุน