"ลูกสาวเจ้าสัวเจริญ" นำทัพAWCลุยตลาด สร้างอาณาจักรอสังหาฯครบวงจร

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ลูกสาวเจ้าสัวเจริญเปิดกลยุทธ์เคลื่อน AWC จัดพอร์ต พร้อมรุกขยายธุรกิจศูนย์การค้า ริเริ่มโครงการคอนเซ็ปต์ใหม่ เน้นการสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ปั้นให้เป็นเดสติเนชัน รับการเติบโตของเมืองหลังจาก “AWC” แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้ง ภายใต้เครือทีซีซี กรุ๊ป (TCC Group) ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรในประเทศไทย เปิดแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อมุ่งต่อยอดความเป็นผู้นำบริษัทพัฒนาและผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ แบบไลฟ์สไตล์ครบวงจรในประเทศไทย ที่มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตดำเนินการจัดภาพรวมพอร์ตทั้ง 3 กลุ่มหลักใหม่ โดยมุ่งขยายธุรกิจใน 2 กลุ่มคือ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจศูนย์การค้า หรืออสังหาริมทรัพย์ เพื่อประกอบกิจการการค้า (Retail and Wholesale) โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มหลังจะพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทาง ทั้งสำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวและคนที่อยู่โดยรอบพื้นที่ อย่างเช่น โครงการเอเชีย ทีค จัดวางตำแหน่งทางธุรกิจให้เป็นเดสติเนชัน ที่ทุกคนต้องมา หรือโครงการเกทเวย์ แอท บางซื่อ เป็นวันสต๊อป ช็อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ คอมมิวนิตี มีคอนเซ็ปต์ในการตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่ F&B and Attractions ที่มากกว่า 50% ของโครงการ ด้วยการเน้น Food Fun Family หรือกลุ่มครอบครัว นักศึกษา คนวัยทำงาน ที่พักอาศัยอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรนอกจากนี้จะปรับปรุงโครงการพันธุ์ทิพย์ ประตูนํ้า จากศูนย์ไอที เป็นศูนย์การค้าที่สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ เพิ่มร้านค้าที่เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย

ด้านกลุ่มอาคารสำนักงาน (Office) ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละโครงการมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ มีแนวคิด รูปแบบ และการสร้างแบรนด์ของโครงการที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้สอดคล้อง เข้าถึงรสนิยมความชื่นชอบ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งเพิ่มศักยภาพและสามารถนำเสนอมูลค่าได้อย่างที่ชัดเจน อย่างเช่น โครงการเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานที่มีพื้นที่ร้านค้าต่างๆ และฟิตเนส ตอบโจทย์ความต้องการผู้เช่า

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) เปิดเผยว่า ทั้งศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เช่า เช่น เอเชีย ทีค มีผู้เช่าประมาณ 96% แต่ยังมีผู้สนใจเช่าเพิ่ม จนต้องขยายพื้นที่เพิ่ม หรือเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ปัจจุบันมีผู้เช่าพื้นที่สูงกว่า 90% ถือว่าประสบความสำเร็จ จากการวางตำแหน่งทางธุรกิจที่ชัดเจนของแต่ละโครงการ และการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องทำให้กลุ่มธุรกิจนี้ มีความแข็งแกร่ง และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายได้ 4,000 ล้านบาทในปี 2561 และมี EBITDA เท่ากับ 2,437 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตรา EBITDA เท่ากับ 48% สำหรับปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562วัลลภา ไตรโสรัส“วันนี้มุมของอาคารสำนักงาน ถือว่ามั่นคง มุมของรีเทลก็สามารถจับกลุ่มลูกค้าได้ทั้งนักท่องเที่ยวและในประเทศ ในมุมโรงแรมค่อนข้างเป็นฤดูกาลมองว่าบาลานซ์ทั้งคาแรกเตอร์ และการพัฒนอสังหาริมทรัพย์หลัก”นอกจากโครงการในปัจจุบันแล้ว AWC ยังเตรียมแผนรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นอกจากทรัพย์สินกลุ่ม 3 ได้เตรียมทรัพย์สินที่จะอยู่ในกลุ่มปี 2563 และปีต่อๆ ไป โดยปีหน้าได้ เอ็มโอยู โครงการเกตเวย์ เอกมัย และส่วนต่อขยายของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ที่กำลังจะสร้างอีกกว่า 9 หมื่นตารางเมตร รวมถึงโครงการมิกส์ ดีเวลอปเมนต์ขนาดใหญ่ที่พัทยา เป็นกลยุทธ์สำคัญที่เน้นการเติบโตอีกกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโต จะจัดทำแอพ AWC เพื่อความสะดวกของลูกค้าและผู้มาติดต่อภายในโครงการอาคารสำนักงานของเรา รวมถึงอนาคตจะมีการทำการตลาดข้ามกับบริษัทในเครือข่ายทีซีซี กรุ๊ปด้วย

ทีซีซี กรุ๊ปขุมพลังแข็งแกร่งของ แอสเสท เวิรด์ฯในฐานะที่ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC เป็นบริษัทในเครือ ทีซีซี กรุ๊ป กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ถือเป็นจุดแข็งที่เสริมกำลังให้กับแอสเสท เวิรด์ อย่างมาก ครบเครื่องทั้งฐานเครือข่าย ฐานธุรกิจ และฐานความสัมพันธ์ เพื่อเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเมื่อ AWC แต่งตัวเตรียมเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้คัดทรัพย์สินที่มีศักยภาพ บนทำเลศักยภาพ เข้ามาในพอร์ต ด้วยการทำสัญญาซื้อขายกับเจ้าของทรัพย์สินในกลุ่ม 3 ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) มี 12 โครงการ ได้แก่ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส กรุงเทพ สาทร, โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์, โรงแรม ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยางบีช, แกรนด์โซเล่, โครงการหัวหิน บีชฟรอนท์, อิมพีเรียลแม่ปิง, โรงแรมบันยันทรี จอมเทียน พัทยา, พัทยา มิกซ์ยูส รีเทล แอนด์ โฮเทล ดีเวลล็อปเมนต์, โรงแรมเจริญกรุง 93, โรงแรม อีสต์ เอเชีย และ พรพิงค์ ทาวเวอร์ (รวมเรียกว่า “ทรัพย์สินกลุ่ม 3”) ภายใต้สัญญาซื้อขายหุ้นของทรัพย์สินกลุ่ม 3 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2562 (“สัญญาซื้อขายทรัพย์สินกลุ่ม 3”)นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า “ทรัพย์สินของทีซีซี กรุ๊ป ที่ซื้อมา 90% เป็นโครงการที่เรา?เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเอง (freehold) ต่างจากอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทอื่นๆ จะเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าระยะยาว (leasehold) ซึ่งทุกๆ 20-30 ปี จะต้องต่อสัญญาเช่าที่ดิน ถ้า?เป็น lease hold ถือเป็นต้นทุนที่สูงมาก เพราะต้องอิงกับราคาที่ดิน แต่ของเรามูลค่าในทรัพย์สินจะเติบโตไปอย่างยั่งยืน เพราะ AWC สามารถบริหารต้นทุนการพัฒนาได้”“อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของเรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องคือ การที่เรามีโครง การที่หลากหลายประเภท การมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากบริษัทในเครือ เช่น การบริหารต้นทุน และการพัฒนาโครงการต่างๆ ฯลฯ และการพัฒนาให้แต่ละโครงการ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว”ปัจจุบัน 3 กลุ่มธุรกิจของแอสเสท เวิรด์ ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจโรงแรม และการบริการ เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงแรมรายใหญ่ของประเทศ ภายใต้แบรนด์ แมริออท โดยมี แมริออท มาร์คี ควีนส์ปาร์ค เป็นเรือธง ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจโรงแรมมีห้องพัก?ทั้งหมดกว่า 8,500 ห้อง, กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า มีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 2 โครงการ และกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน มี 4 โครงการ โดยโครงการเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานเกรด A ที่มีพื้นที่มากที่สุดถึง 158,021 ตารางเมตร

31/8/2562  ฐานเศรษฐกิจ (31 สิงหาคม 2562)

ผู้สนับสนุน