
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2568 ไปด้วยรายได้รวม 6,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% โดยมี EBITDA Yield อยู่ที่ 10.0% เพิ่มขึ้น 13.6% ภายใต้โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การเติบโตแบบ Growth-Led Strategy
พร้อมสามารถผลักดันมูลค่าทรัพย์สินรวมเข้าสู่ระดับ 209,374 ล้าน เติบโตได้มากกว่า 2 เท่าภายในเวลาเพียง 5 ปี มีมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงานอยู่ที่ 161,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนหน้า และจ่ายปันผลในอัตรา 0.075 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อนหน้า
สะท้อนศักยภาพทางการเงินและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจน
ดึงเชื่อมั่นผ่านพันธมิตรระดับโลก
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC บอกว่า ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งแผ่นดินไหว มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ฯลฯ ซึ่งส่งผลกระทบให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว และคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยไม่ถึง 40 ล้านคน
วัลลภา ไตรโสรัส
บริษัทจึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพผ่านเครือข่ายพันธมิตรโรงแรมระดับโลก และมุ่งเน้นกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังต้องการความมั่นใจในการเดินทาง รวมถึงกลุ่มที่มีความเชื่อมั่นในประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคการท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้
เราต้องเน้นจุดขายของประเทศไทยที่มีความพิเศษทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โครงการใหม่ ๆ และประสบการณ์ดี ๆ เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีบรรยากาศดี ๆ หรือคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ดี
ชี้ดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สำหรับ AWC กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการยังเป็นกลุ่ม?ที่สร้างรายได้หลัก โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีรายได้รวม 3,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงดีมานด์ด้านการท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวคุณภาพระดับ High-to-Luxury ที่เข้าพักในโรงแรมรีสอร์ตลักเซอรี่ในจุดหมายปลายทางยอดนิยม อาทิ สมุย และกระบี่ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) เติบโตสูงถึง 10.5% อัตรา การให้บริการรายวัน (ADR) เฉลี่ยทั้งพอร์ตอยู่ที่ 6,663 บาท/คืน เพิ่มขึ้น 5.8%
และหากพิจารณาเฉพาะพอร์ตโรงแรมที่เปิดดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2567 พบว่า RevPAR เพิ่มขึ้นถึง 7.7% สูงกว่าตลาดเฉลี่ยกว่า 4 เท่า
มุ่งโมเดลตอบโจทย์คนยุคใหม่
ทั้งนี้ AWC ยังคงตอกย้ำศักยภาพผ่านดัชนี Revenue Generation Index หรือ RGI ซึ่งอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 103 โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ และรีสอร์ตระดับลักเซอรี่ที่มี RGI สูงถึง 117 และ 119 ตามลำดับ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มโรงแรมอยู่ที่ 1,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9%
ขณะที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังคงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สิน โดยร้าน เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนความสามารถของ AWC ในการสร้างประสบการณ์แบบ Integrated Lifestyle Hospitality
วัลลภา บอกด้วยว่า AWC ยังคงมุ่งเน้นการสร้างโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และเน้นย้ำจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งในด้านวัฒนธรรม ความมีเสน่ห์ของคนไทย และความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อผลักดันภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
ปีนี้เราจะเปิดตัวโครงการ Jurassic World : The Experience สวนสนุกในรูปแบบแอตแทรกชั่น ที่โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเอเชียเข้ามาได้มากขึ้น
บุ๊กกิ้งห้องพักล่วงหน้าโตชะลอตัว
ชยานนท์ หอพัตราภรณ์ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน AWC ให้ข้อมูลถึงแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 ว่า ยังคงมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (ADR) ของ AWC ยังเติบโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เป็นผลจากการปรับปรุงเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินที่มีอยู่ ขณะที่ในแง่ของรายได้รวมยังเห็นการเติบโตในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ที่บริษัทจะเริ่มเปิดให้บริการโรงแรม มีเลีย พัทยา ซิตี้ รวมถึงโรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้
ภาพรวมยอดจองห้องพักล่วงหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังเติบโตได้อยู่ แต่เป็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
Jurassic World-รร.ใหม่หนุน
สำหรับปีนี้ ชยานนท์ บอกว่า การเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ ๆ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ AWC เตรียมเปิดโครงการ Jurassic World : The Experience ที่ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ในช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคมนี้
โดยเบื้องต้นคาดว่าจะดึงผู้เข้ามาใช้บริการได้ประมาณวันละ 2,000 คน หรือทำให้มียอดผู้เข้ามาใช้บริการในเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เพิ่มขึ้นราว 10% จากเฉลี่ยต่อวัน 20,000-30,000 คน โดย 75% ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอีก 25% เป็นคนไทย
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้ยังมีแผนที่จะเปิดให้บริการโรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ด้วย ซึ่งเชื่อมั่นว่าการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ ๆ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตให้ AWC ได้ตามเป้าหมาย ด้วยอัตราการเข้าพัก (OCC) ในปีนี้ที่ 75% เท่าช่วงก่อนเกิดโควิด และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 72%
เดินตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี
ขณะที่ ไพฑูรย์ วงศาสุทธิกุล หัวหน้าคณะสายงานกลยุทธ์การลงทุน เพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการ เวิ้งนครเกษม เยาวราช โครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์กขนาดใหญ่นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเชิงพื้นที่ในเขตเมืองเก่า
เรายังเดินหน้าขยายพอร์ตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ที่หลากหลายและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืนของประเทศ
พร้อมย้ำว่า AWC บริษัทยังคงแผนการลงทุนตามยุทธศาสตร์ 5 ปี (2568-2572) งบฯลงทุน 1 แสนล้านบาท เพื่อขยายพอร์ตทรัพย์สินดำเนินงานสู่มูลค่า 300,000 ล้านบาท หรือเพิ่มอีก 2 เท่า ภายในปี 2572
16/5/2568 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 16 พฤษภาคม 2568 )