info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.183

สิงห์ เอสเตท โชว์ครึ่งปีแรกรายได้ 6,895 ล้าน กำไรสุทธิโต 23%

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

สิงห์ เอสเตท เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 รายได้ 6,865 ล้านบาท กำไรสุทธิเติบโต 23% จำนวน 30 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติ ครอบคลุม 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย ธุรกิจอาคารสำนักงาน ธุรกิจโรงแรม รวมถึงธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/68 มีรายได้หลักจากการดำเนินงานรวม 3,500 ล้านบาท ส่งผลให้มีรายได้ในรอบครึ่งปีแรก 6,865 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,197 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการ 5,668 ล้านบาท

“ถึงแม้สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์มีความท้าทาย บริษัทสามารถปิดการขายโครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส บ้านเดี่ยว Super Luxury ราคา 80-195 ล้านบาท จำนวน 28 ยูนิต, เซนท์เทอร์ พัฒนาการ โฮมออฟฟิศ Multiuse ราคาเริ่มต้น 23.9 ล้านบาท จำนวน 4 ยูนิต รวมมูลค่าทั้ง 2 โครงการกว่า 3,000 ล้านบาท”

คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะสามารถปิดการขายโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส แปลงสุดท้าย และคอนโดมิเนียมดิ เอส สุขุมวิท 36 ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตท มีโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมโอนรวมมูลค่า 25,000 ล้านบาท จะเป็นกำลังหลักของยอดขายในปี 2568 นี้

สำหรับไตรมาส 3/68 บริษัทวางแผนเปิด 1 โครงการใหม่แบรนด์สริน พรานนก-กาญจนา ต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์สริน สนนราคาเริ่มต้น 45-80 ล้านบาท จำนวน 81 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,200 ล้านบาท บนถนนพรานนกตัดใหม่ โซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันตก ทำเลที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในช่วงไตรมาส 2/68 บริษัทบรรลุข้อตกลงการขายที่ดิน 75 ไร่ กับบริษัท Dali Foods Group ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ของจีนที่มีรายได้กว่า 23,000 ล้านหยวนต่อปี ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง

นอกจากนี้ สิงห์ เอสเตท ยังรับเงินปันผลจากโรงไฟฟ้าที่ร่วมลงทุนกับพันธมิตร 156 ล้านบาท เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอีกด้วย

ด้านรายได้กลุ่มธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงาน ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 มีรายได้จำนวน 5,615 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 82% ของรายได้รวมทั้งหมด

โดยธุรกิจโรงแรม ในไตรมาส 2/68 โรงแรมในไทยทำรายงานรายได้ต่อห้องพัก 4,950 บาท เติบโต 25% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการปรับปรุงห้องพักโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ให้มีความทันสมัยและดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ให้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ในยุโรป โรงแรม Mount Royal Edinburgh by the Unlimited Collection ที่เพิ่งดำเนินการเปลี่ยนแบรนด์แล้วเสร็จ รายได้ต่อห้องพักในไตรมาส 2/68 เติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการให้บริการในทุกอาคารสำนักงาน และปรับสัญญาเช่าให้มีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถรักษาระดับอัตราการให้เช่าในระดับ 80% ของ 3 อาคารหลัก ได้แก่ สิงห์ คอมเพล็กซ์, ซันทาวเวอร์ส และเอส เมโทร

รวมทั้งเอส โอเอซิส อัตราการเช่าก็ทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกและการทยอยเข้าใช้งานของผู้เช่ารายใหม่ โดยคาดว่าอัตราการเช่า ณ สิ้นปี 2568 จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 50%

“แนวโน้มครึ่งปีหลัง เรามีความมั่นใจในฐานรายได้ที่แข็งแกร่งจากรายได้ประจำ ทั้งธุรกิจโรงแรม ออฟฟิศ โรงไฟฟ้า ธุรกิจที่พักอาศัยลักเซอรี่มีดีมานด์ที่มีคุณภาพ อีกทั้งมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินจากการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ครบเต็มจำนวนตั้งแต่ครึ่งปีแรก และการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อที่ดีแบงก์พันธมิตร” นายชัยรัตน์กล่าว

14/8/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 14 สิงหาคม 2568 )

Banner Ads