info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.183

LPS 30 ปี ดูแลลูกค้า 100 โครงการ ชู One-Stop Service ขอโต 2 เท่าใน 3ปี

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

นายอนุวัฒน์ มณีนพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี เอส โปรเจค มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPS บริษัทในเครือ LPP Property Management เปิดเผยว่า LPS ผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 30 ปี เตรียมยกระดับสู่การเป็น “One-Stop Service”

ที่ผ่านมา LPS ให้บริการงานที่ปรึกษาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ งานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง ขยายมายังกลุ่มธุรกิจรับเหมาออกแบบ ก่อสร้าง ปรับปรุง ต่อเติม ซ่อมแซม และบริการด้านวิศวกรรมอาคารการบำรุงรักษา ซึ่งทำให้มีความพร้อมในการให้บริการแบบ One-Stop Service ได้ในปัจจุบัน

โมเดล “One-Stop Service” มาจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการอสังหาฯ ทั้งโครงการขนาดเล็ก-ใหญ่ มาอย่างยาวนาน ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในทุกมิติของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมงานมืออาชีพ ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารโครงการ

มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถให้บริการได้ครบวงจรในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการอย่างแท้จริง โดย LPS เคยเป็นหนึ่งผู้ขับเคลื่อนงานพัฒนาโครงการภายใต้ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN

และต่อมาในปี 2565 ได้มีการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจ โอนย้าย LPS เข้ามาอยู่ภายใต้บริษัทในเครือ LPP

ทั้งนี้ แม้ในภาวะปัจจุบันภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้เติบโตอย่างหวือหวา เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังมีหลายเซกต์เมนต์ที่เติบโตไปได้ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน ฯลฯ

รวมถึงตลาดของการ Redevelop ก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการนำอาคารเก่าบนที่ดินที่มีศักยภาพมาปรับปรุงให้ทันสมัย สามารสร้างคุณค่าและมูลค่าได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน ทั้งในแง่ของการลงทุนและสิ่งแวดล้อม

โดยอาคารที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ LPS จะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดีขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบบริหารจัดการอาคารที่สอดคล้องกับแนวคิด Smart Building ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว เพิ่มมูลค่าอาคารและตอบโจทย์ ESG (Environment, Social, Governance)

ทั้งนี้ แนวโน้มงานบริการด้านวิศวกรรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีความต้องการงานปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดย LPS ได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปดำเนินงานซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารต่าง ๆ มากกว่า 100 เคส และยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการเสนอราคา ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการด้านวิศวกรรมในระยะยาว

และยังช่วยเสริมศักยภาพของ LPS ในการให้บริการแบบ One-Stop Service ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบ ควบคุมงาน ไปจนถึงการส่งมอบโครงการให้พร้อมใช้งาน

“ปัจจุบัน LPS ได้รับความไว้วางใจจากหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการ Redevelop อาทิ CANVAS 39 ปรับปรุงจากอพารท์เมนท์เป็นคอนโดมิเนียม โครงการปรับปรุงโรงแรมร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง รวมถึงโครงการปรับปรุงคอนโดสู่ธุรกิจโรงแรม ฯลฯ

บริการของ LPS จะเริ่มที่ Survey ออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม รับเหมาก่อสร้าง ควบคุมงานให้เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้ แล้วส่งมอบให้ลูกค้าเพื่อนำไปติดแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมา LPS เคยอยู่เบื้องหลังและขับเคลื่อนความสำเร็จให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) โครงการขนาดใหญ่มาแล้ว

LPS ตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำในธุรกิจบริการแบบครบวงจรแบบ “One-Stop Service” ด้านการพัฒนาและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมตั้งแต่งานที่ปรึกษา ออกแบบ งานวิศวกรรม ควบคุมและงานก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบโครงการ

และตั้งใจส่งมอบงานที่ตอบโจทย์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนพื้นที่สนามเด็กเล่นให้เหมาะกับผู้สูงอายุ จัดสรรพื้นที่ Mail box ให้รองรับพัสดุออนไลน์ที่มากขึ้น และสร้างมูลค่าใหม่ ๆ ให้โครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ Developer และ Property User รู้สึกอุ่นใจเมื่อเราเข้าไปดูแล

และอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะเป็นจุดแข็งของ LPS คือ การเป็นผู้เล่นในตลาดที่มีประสบการณ์มายาวนาน เป็นผู้ทำงานเบื้องหลังให้กับลูกค้ามากว่า 30 กว่าปี ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มที่อยู่อาศัย โรงแรม รีเทล ออฟฟิศ โรงพยาบาล warehouse หรือ factory

ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้า กลุ่มที่เติบโตสูงสุด คือ กลุ่มที่อยู่อาศัย คิดเป็นสัดส่วน 80% ของลูกค้าทั้งหมด รองลงมาคือลูกค้ากลุ่มโรงแรม คิดเป็น 10 และกลุ่มอื่นๆ 10% และภายใน 3-5 ปี จะตั้งเป้าปรับสัดส่วนลูกค้ากลุ่มที่อยู่อาศัย กับกลุ่มอื่นๆ เป็นสัดส่วน 50 ต่อ 50

“ปี 2568 LPS ตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท แผนการเติบโตระยะกลางภายใน 3 ปีหน้า บริษัทตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 2 เท่าหรือมากกว่า 600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 26%” นายอนุวัฒน์กล่าว

18/9/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 18 กันยายน 2568 )

Banner Ads