
เซ็นทรัลฯ ทุ่ม 730 ล้าน ผุด 2 คอมแพ็กต์คอมมิวนิตี้มอลล์ ป๊อป ภูเก็ต ท็อปส์ วงศ์อมาตย์ ยึดทำเลลักเซอรี่ภูเก็ต-พัทยา ชิงดีมานด์ Expat นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ชูยุทธศาสตร์ต่อยอดโนว์ฮาวปอร์โต เดอ ภูเก็ต ดีไซน์ Open พร้อมไลน์อัพร้านอาหารหรู เล็งเปิดบริการปลายปี 2569 มั่นใจดึงลูกค้าไม่น้อยกว่า 3,000 คน/วัน
นายพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ แผนกพัฒนา-บริหารอสังหาฯ ในกลุ่มเซ็นทรัล เช่น ค้าปลีก, โกดัง, สนามกอล์ฟ, โรงงาน ฯลฯ กล่าวว่า จังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต และพัทยา แม้จะมีค้าปลีกอยู่แล้วหลายแห่งและหลายรูปแบบ แต่ยังคงมีศักยภาพมากเพียงพอสำหรับการตั้งห้างค้าปลีกเพิ่มได้อีก เพื่อรองรับดีมานด์ในระยะยาว
สำหรับภูเก็ตแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 14.1 ล้านคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวกว่า 540,000 550,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะย่านตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง ซึ่งปัจจุบันมีศักยภาพสูง หลังมีโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักเซอรี่กว่า 20,000 ยูนิต โดยย่านเชิงทะเลฝั่งตะวันตกมีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติ หรือ Expat สูงถึง 80% ควบคู่กับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
เช่นเดียวกับพัทยา ซึ่งย่านวงศ์อมาตย์ของพัทยามีศักยภาพสูง จากการรายล้อมด้วยโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และคอนโดมิเนียมหรู ขณะที่จังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว ด้วยนักท่องเที่ยวราว 19-22 ล้านคนต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 220,000 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตามด้วยมูลค่าที่ดินซึ่งพุ่งสูงขึ้นในทำเลเหล่านี้ ทำให้โครงการอสังหาฯ รวมถึงค้าปลีกที่จะเข้าไปต้องมุ่งจับกลุ่มลักเซอรี่เพื่อความคุ้มค่าในการลงทุน
ทุ่ม 730 ล้านผุด 2 ค้าปลีกหรู
นายพงศ์กล่าวต่อไปว่า เพื่อสร้างการเติบโตจากศักยภาพเหล่านี้ บริษัทตัดสินใจลงทุน 730 ล้านบาท ปักธงคอมมิวนิตี้มอลล์ในย่านเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต ในชื่อ ป๊อป ภูเก็ต (POP Phuket) งบฯ ลงทุน 300 ล้านบาท
และย่านวงศ์อมาตย์ของพัทยา ในชื่อ ท็อปส์ วงศ์อมาตย์ (Tops Wongamat) งบฯ ลงทุน 430 ล้านบาท มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มบนกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและต่างชาติในพื้นที่ พร้อมกำหนดเปิดบริการช่วงไตรมาส 4 ปี 69 นี้
ต่อยอดปอร์โต เดอ ภูเก็ต
โดยต่อยอดจากความสำเร็จของ ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Porto de Phuket) โครงการค้าปลีกระดับลักเซอรี่ของบริษัทที่อยู่ในภูเก็ต ที่เปิดให้บริการในปี 2562 และประสบความสำเร็จจากกลยุทธ์สร้างคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดเล็ก เน้นดีไซน์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และผสมผสานไปกับธรรมชาติรอบข้าง โดยที่ลูกค้ายังเดินไปยังส่วนต่าง ๆ สะดวก ช่วยให้ท็อปส์ในศูนย์นี้ทำยอดขายกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี จากจำนวนลูกค้า 4,000-7,000 คน/วัน
ที่เซ็นทรัล แลนด์ฯ เราไม่ทำมอลล์ทั่ว ๆ ไป แต่ต้องแตกต่าง สนุกสนาน ซึ่ง POP Phuket และ Tops Wongamat เป็นหนึ่งในโครงการที่เราพยายามให้ไม่เหมือนใคร
คอมมิวนิตี้มอลล์จิ๋วแต่แจ๋ว
ด้วยเหตุนี้ ป๊อป ภูเก็ตจึงพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Playful Destination ผ่านกลยุทธ์ P-O-P Strategy คือ Playful Design ดีไซน์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบ POP ART เน้นความสนุกสนาน ทันสมัย, Open พื้นที่เปิดกว้างเข้าถึงง่าย ยืดหยุ่น ปลอดโปร่ง เดินสบาย พร้อมสร้างบรรยากาศร้านค้าและพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร อบอุ่น และต้อนรับทุกคน, People ผู้คน และ ชุมชน เป็นหัวใจสำคัญ ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการพบปะ ใช้เวลาร่วมกัน และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน แบรนด์ ร้านค้า และชุมชนโดยรอบ
โดยพื้นที่ 5,490 ตารางเมตรของป๊อป ภูเก็ตนั้น 60% เป็นโซนอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งไทยและนานาชาติ เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้บริการ กระตุ้นความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ และเพิ่มระยะเวลาภายในศูนย์
นำโดย Tops ในรูปแบบ Fine Food และร้านอาหารระดับแม่เหล็ก อาทิ Aquila, Campus Coffee Roasters และ Spice House ขณะที่อีก 40% เป็นร้านค้าพรีเมี่ยมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ อาทิ ร้านสเปเชียลตี้ สปาและความงาม เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มลูกค้าระดับบน
ส่วนท็อปส์ วงศ์อมาตย์ ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Neighborhood Lifestyle Open Mall ชั้นเดียว โดยจัดสรรพื้นที่ 4,711 ตารางเมตร ออกเป็น 80% สำหรับโซนร้านอาหาร และคาเฟ่ทั้งไทยและนานาชาติ ซูเปอร์มาร์เก็ต อาทิ บ้านปูไข่ดอง, SOL Coffee, Ah Ma Shou Zuo และ Relax Place ขณะที่อีก 20% เป็น Curated Mix ร้านค้าพรีเมี่ยมและบริการด้านไลฟ์สไตล์ อาทิ ร้านสเปเชียลตี้ สปาและความงาม
นายพงศ์ย้ำความมั่นใจว่า ด้วยการต่อยอดโนว์ฮาวจากปอร์โต เดอ ภูเก็ต จะช่วยให้ทั้งป๊อป ภูเก็ต และท็อปส์ วงศ์อมาตย์ ดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการท็อปส์ในศูนย์ได้ไม่น้อยกว่า 3,000 คน/วัน ?และผู้บริการศูนย์ที่มากกว่านี้
17/5/2569 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 17 พฤษภาคม 2569 )